หลอนสยอง

ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

ข่าวคลั่งยาหลอนยามีออกมาให้เห็นรายวัน…วันละหลาย ๆ ข่าว ไม่แค่ทำให้เห็นการระบาดไม่ได้ทบเท่าทวีคูณไม่หยุดยั้งในหมู่วัยรุ่นและหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังเสพกันงอมแงมทุกวัยไปกระทั่งกลางคนด้วย


ทั้งประเทศกลายเป็นทาสในยึดครองครอบงำของยาบ้า บางหมู่บ้านติดกันทั้งหมู่บ้าน หนักบ้าง เบาบ้าง สามารถหาซื้อได้แพร่หลายในทุกที่ ชุมชน โรงงาน ตามตรอกซอกซอย ถนนหนทาง ไปจนถึงในวัดกับโรงเรียน ใคร ๆ ก็สามารถเสพติดกันงอมแงม โดยเฉพาะยาบ้าที่มีราคาถูกลงจนแพงกว่าแจกฟรีนิดหน่อย และราคาก็ยังทำให้เสพกันเมามันได้ไม่อั้น เสพกันตะบี้ตะบันครั้งละมาก ๆ สติหลุดคลุ้มคลั่งกันขนาดตำรวจออกมาเสนอหน้าโชว์ผลงานแจกจ่ายไม้ง่ามจับคนติดยา เอิกเกริกเบิกบานปานสร้างนวัตกรรมล้ำยุคทั้งที่หน้าตาบ้าน ๆ ไม่ต่างไม้จับหมาหรือสัตว์ร้าย


จำนวนคนติดยามากมายไม่เห็นจะมีอะไรน่าภาคภูมิสำหรับตำรวจ นอกจากตอกย้ำความกะปลกกะเปลี้ยพิการในการป้องปราม


จำนวนผู้ติดยาที่เพิ่มมากขนาดต้องแจกจ่ายไม้จับคนคลั่งให้กับทุกโรงพักไม่แค่น่าสมเพชชวนหดหู่ ที่น่าวิตกที่สุดและไม่มีใครพูดถึงเลย คืออาการคลั่งและหลอนยาที่เพิ่มดีกรีความรุนแรงวิปริตขึ้นจากเมื่อหลายปีก่อนไม่รู้กี่เท่า คนเมายาในปัจจุบันไม่แค่พูดจาวกวน เพ้อเจ้อ เลอะเลือน ไม่รู้เรื่อง ก่อคดีแก้ผ้าเดินบ้าง จับเด็กหรือหญิงสาวเป็นตัวประกันงง ๆ บ้าง มาระยะหลังเวลาคนเมายายังคลุ้มคลั่งอันตรายอย่างประหลาด ก่อเหตุร้ายอย่างเผาบ้าน ทุบพังอาคาร ทำร้ายผู้คนป่าเถื่อน รวมทั้งข่มขืน และฆ่า …และฆ่าอย่างสยดสยอง ไม่ว่าจะใช้ฟันกัดฉีกเนื้อคนเหมือนสัตว์ ข่มขืนด้วยของมีคม ตัดคอ ตัดแขนขามือเท้า คว้านท้อง ทำร้ายคนชราอายุจวนจะร้อยไปจนถึงทารกแรกเกิด รวมทั้งกระทำทารุณศพ


…น่าสะพรึงกลัวอย่างไม่อาจเข้าใจได้แบบเดียวพวกฆาตกรโรคจิตกับหยุดยั้งไม่ได้เหมือนซอมบี้ในหนังเกาหลี อย่างไรอย่างนั้น


และน่าสะพรึงยิ่งขึ้นไปอีก คือการที่คนคลั่งและหลอนยามักกระทำโหดเหี้ยมวิปลาสกับคนในครอบครัวของตัวเอง ทำร้ายปู่ ย่า พ่อ พี่น้อง หรือกระทั่งชำเราข่มขืนแม่ น้า ป้า …ผู้หญิงและเด็ก ๆ ในบ้านซึ่งเป็นการทำร้ายรุนแรงไม่แต่ร่างกาย แต่ยังทำร้ายจิตใจอย่างที่สุด และยังทำลายความไว้วางใจที่คนในสังคมมีต่อกันอย่างที่สุดด้วย

กระนั้น ความวิตถารผิดมนุษย์สุดทนนั่นก็ยังคงไม่ได้รับการสืบสวน ไม่มีใครออกมาพูดถึงความวิปลาสเหมือนฆาตกรโรคจิตที่ไม่เหมือนเดิมจากการเสพยา ไม่มีหมอออกมาวินิจฉัย ไม่มีนักเคมีตรวจสอบ ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบออกมาแจงหรือแถลง และไม่มีข้อมูลจากรัฐบาล


เราจะทำประหนึ่งการกระทำน่าสะพรึง หลอกหลอน วิปริตที่กัดกินสังคมของเราอยู่นี้เป็นเรื่องปกติไม่ได้


นี่ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือเป็นผลจากการเสพยาขนาดสูงแค่นั้นนั้น เดาว่า…ได้แต่เดา…ว่าจะต้องมีการเติมสารบางอย่างเพิ่มลงไปในยาให้เกิดผลลัพธ์วิปลาสเช่นนี้ โดยมีเป้าประสงค์สร้างความหวาดกลัวให้กับคนรอบข้าง เพื่อกดดันครอบครัวให้จำยอมปล่อยคนติดยาให้เสพต่อไป รวมทั้งบังคับให้กระเบียดกระเสียรเจียดเงินที่หาได้แค่น้อยนิดเพราะพิษเศรษฐกิจให้ไปซื้อหามาเสพ


เป็นคนดี ๆ ไม่เสพยาในครอบครัวแบบที่รัฐบาลเชิดชูต่างหาก ที่รับผลกระทบจากยามากที่สุด …ไม่ใช่ตัวผู้เสพ


ครอบครัวต้องอยู่ร่วมกันกับคนวิกลจริตอย่างอัตคัด หวาดผวา ต้องระแวงระวังทุกฝีก้าว ต้องหาที่ทางหลบหลีก หาที่หลบซ่อนในบ้านคับแคบของตัวเอง ความสัมพันธ์พื้นฐานที่สุดของสังคมถูกทำให้อ่อนแอและถูกทำลายย่อยยับขาดสะบั้น จนในที่สุดเมื่อทนถูกข่มขู่ทำร้ายไม่ไหว รักตัวกลัวตายขึ้นมา และรัฐก็ไม่สามารถให้ความคุ้มครองได้พอ …หลายครั้งคนในครอบครัวก็ต้องลุกขึ้นป้องกันกันเอง และจัดการปัญหาแบบป่าเถื่อนดึกดำบรรพ์ล้านปี …พี่ต้องหันมาฆ่าน้อง พ่อต้องหันมาฆ่าลูก ปู่ฆ่าหลาน


เราต้องหันมาสังหารเด็ก ๆ ที่เราฟูมฟักเลี้ยงดูมากับมือ สังคมต้องประหัตประหารอนาคตและความหวังของตนทิ้ง
หรือมิเช่นนั้นก็พยายามเอาตัวให้รอด …อดทนรอคอยจนกว่าลูกหลานที่ติดยาจะสงบลงได้ด้วยตัวเอง …เมื่อถูกยากัดกร่อนจนสมองฟั่นเฟือนและหลงเหลือเป็นเพียงผู้ป่วยทางจิต ไม่มีอันตราย ไม่รู้สึกรู้สา ไม่อาละวาด ไม่เป็นผู้เป็นคน และหลายครั้งในตอนจบก็แค่เดินหายไปในถนน กลายเป็นคนจรจัดถาวรไป


ผู้คนถูกปล่อยปละให้สิ้นหวัง จนตรอก ทุกข์ระทม ขณะที่ปัญหายังเอาแต่ยิ่งแผ่ขยายกว้างไกลราวกับโรคระบาด ทวีความเลวร้ายและกัดกินสังคมอย่างลึกซึ้งจนเปราะบางข้างนอกและโบ๋กลวงข้างใน และไม่หลงทิ้งสิ่งใดไว้นอกจากประเทศที่อ่อนแอ ง่อนแง่น ยากจน ที่มีเต็มไปด้วยประชากรป่วยจิตไร้สติจำนวนมาก

กระนั้นรัฐบาลก็ยังคงเฉยเมยประหนึ่งทองไม่รู้ร้อน


มีข่าวจับกุมยาได้เป็นระยะ หลายขนาน แต่หลัก ๆ คือยาบ้า…ยาพื้นฐานที่ทุกคนเข้าถึงได้ ตั้งแต่ปริมาณไม่กี่สิบเม็ด ไปจนถึงหลายสิบล้านเม็ดที่หากจินตนาการที่เก็บ ณ แหล่งผลิตคงเห็นภาพเป็นไซโลโอ่อ่ากลางพื้นที่ใหญ่โต แต่ทางการก็ไม่เคยจะสืบสาวไปถึงไหนได้ไกลจากคนรับจ้างขนและคนขับรถ ทั้ง ๆ ที่เรามีหน่วยงานมากมาย ทั้งตำรวจท้องที่ ตำรวจส่วนกลาง สายสืบ หน่วยปราบปรามยาเสพติด สารพัด


นอกจากจะระบาดแผดเผาในประเทศราวกับไฟลามทุ่ง ยายังหลุดออกไปถูกจับในประเทศอื่น ๆ บ่อยครั้ง และหลายครั้งยังเล็ดลอดผ่านสามจังหวัดที่มีด่านทหารตั้งถี่ราวกับเสาไฟถนนด้วย


ยาเสพติดเป็นขบวนการขนาดใหญ่ ขนย้ายกันเป็นเครือข่ายมหึมา และในประเทศนี้ยาก็ไม่แค่ลำเลียงผ่านกองทัพมดเหมือนที่อื่นในโลก หากขนย้ายส่งต่อกันระดับเป็นคันรถสิบล้อ ขนาดเป็นตัน ๆ สิบ ๆ ตัน ร้อย ๆ ตัน และเหมือนเดิม…เมื่อถูกจับได้ก็ไม่มีการขยายผลอะไร ไม่รู้มายังไงไปยังไงทั้งนั้น สักพักหลังถูกจับทุกอย่างก็เงียบไปเหมือนไม่เคยเกิด ไม่มีชี้แจงเพิ่มเติมใด ๆ ไม่รู้กระทั่งว่ายากองขนาดครึ่งสนามฟุตบอลเก็บอยู่ที่ใดหรือหายไปไหนด้วยซ้ำ


มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนของรัฐบาลและคนในเครื่องแบบจะไม่มีส่วนในขบวนการ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีคนจัดระบบการลำเลียงที่แนบเนียนลอดผ่านการตรวจหรือการรับรู้ของผู้คน เป็นไปไม่ได้ที่ยาจะถูกจะส่งออกไปถึงปลายทางประเทศอื่น

แต่กลับเป็นไปได้…ที่ไม่เคยมีการจับผู้ผลิตและผู้ค้ารายใหญ่ได้

กลับเป็นไปได้…ที่ไม่เคยมีการลงโทษข้าราชการที่ปล่อยปละหละหลวมให้ยาผ่านไปรายทาง


หลายปีผ่านท่ามกลางความรุนแรงรัฐก็ยังคงไม่สามารถสกัดกั้นยาได้อย่างมีประสิทธิภาพ…ไม่ให้รุกเข้าไปในชุมชน หมู่บ้าน โรงงาน โรงเรียนหรือวัด หลายปีผ่านมาท่ามกลางความระทมทุกข์ขมขื่นสาหัสก็มีแค่ออกมาถ่ายรูปแจกจ่ายไม้ง่ามหน้าตาซำเหมาประหนึ่งเครื่องมือจับหมาให้กับโรงพัก


หลายปีผ่านรัฐบาลก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีนโยบายรูปธรรม ไม่มีมาตรการป้องกัน ไม่มีแม้กระทั่งสถานบำบัดกระจายทั่วถึง นอกจากปล่อยบุคคลตกเป็นอื้อฉาวเรื่องยาเสพติดหลายคนให้ขึ้นดำรงตำแหน่งสูง ๆ ในรัฐบาล …ราวกับเย้ยหยัน


นี่ผิดมนุษย์มนาเสียยิ่งกว่าการฆ่าทำร้ายวิปลาสอำมหิตของคนติดยาที่เล่าข้างต้นเสียอีก

หากรัฐบาลยังคงเพิกเฉยประหนึ่งส่งเสริมการค้ายาซะเองเช่นที่เป็นอยู่ ปล่อยเยาวชนคนหนุ่มสาวที่เป็นเรี่ยวแรงความหวังของประเทศให้ถูกยากัดกร่อนจนกลายเป็นซอมบี้วิปริต ในที่สุดสังคมก็จะต้องหันมาปกป้องตัวเองแบบเดียวกับในหนังฮอลลีวูด


…ฆ่าแกงกันเองจนหมดไม่เหลือ