Columnist

ผูกประวัติศาสตร์ไว้กับความมั่นคง

การผูกประวัติศาสตร์ไว้กับความมั่นคงไม่ได้ป้องกันความแตกแยก แต่มันคือส่วนหนึ่งของการปิดกั้นการปรองดองของคนในสังคมมากกว่า

นวลน้อย ธรรมเสถียร

สันติภาพไม่ได้อยู่แค่บนโต๊ะเจรจา

ในหมู่คนทำงานในภาคประชาสังคมชายแดนใต้ เริ่มมีการตั้งคำถามมากขึ้นและอย่างจริงจังว่ากระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่นั้นมีพื้นที่ให้กับประเด็นของภาคประชาชนมากน้อยเพียงใด

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

สองพี่น้องตระกูลสืบแสงกับคณะราษฎรและสามจังหวัดภาคใต้

ขยายประเด็น นวลน้อย ธรรมเสถียร วันสำคัญในเดือนมิถุนายนเพิ่งผ่านพ้นไป เตือนใจให้เรานึกถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการปกครองและคณะราษฎร ในฐานะของคนที่ทำงานเกี่ยวพันกับสามจังหวัดภาคใต้ ผู้เขียนคิดไปถึงเรื่องราวของคณะราษฎรกับความพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่นี้ของคนในกลุ่ม ซึ่งพลันที่คิดเรื่องนี้ ชื่อของสองพี่น้องตระกูลสืบแสงก็ผลุบโผล่ขึ้นมาทันที เช่นเดียวกันกับชื่อบุคคลสำคัญในคณะราษฎร และรวมไปถึงผู้นำศาสนาคนสำคัญที่ถูกอุ้มหายในอดีตคือหะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ การจะเขียนถึงเรื่องนี้ทำให้ต้องพิจารณาสองเรื่องประกอบกัน หากเราไล่ไทม์ไลน์ทางประวัติศาสตร์สองเรื่องคือเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ กับการเมืองในกรุงเทพฯ จะพบว่าในช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ กล่าวคือในปี 2470 หะยีสุหลงเดินทางจากตะวันออกกลางกลับบ้านเกิดคือปัตตานี โดยมาจากเมกกะที่ซึ่งเขาไปศึกษาและใช้ชีวิตมาเนิ่นนาน การกลับสู่พื้นที่หนนี้จะทำให้หะยีสุหลงกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างสำคัญโดยเฉพาะด้านศาสนาในพื้นที่ ส่วนพี่น้องตระกูลสืบแสงในที่นี้หมายถึงจรูญ สืบแสง และเจริญ สืบแสง พวกเขาเป็นชาวปัตตานีที่แม้จะมีอาชีพคนละอย่าง ทำงานคนละด้าน แต่ในที่สุดแล้วงานของพวกเขาล้วนเป็นเรื่องรับใช้สังคม มีข้อมูลหลายประการที่ทำให้เชื่อได้ว่าพวกเขาทั้งคู่น่าจะมีบทบาทอย่างสำคัญที่ทำให้เกิดการสื่อสารสัมพันธ์ระหว่างหะยีสุหลงกับคณะราษฎร ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในสายสัมพันธ์นี้คือทำให้เกิดการพูดคุยเพื่อจะคลี่คลายปัญหาในพื้นที่ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ซึ่งถ้าจะเรียกมันว่าเป็นกระบวนการสันติภาพช่วงแรก ๆ ก็อาจจะไม่ขัดเขินจนเกินไปนัก  จรูญ สืบแสงเป็นข้าราชการทำงานด้านการเกษตร จบการศึกษาด้านนี้มาจากฟิลิปปินส์ เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าเป็นสมาชิกพลเรือนผู้ร่วมก่อตั้งคณะราษฎร จรูญเป็นผู้ที่กระตือรือร้นอย่างมากและเขานี่เองที่เร่งรัดผลักดันใหัมีการตัดสินใจลงมือในวันเวลาที่ชัดเจน เขาน่าจะมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับปรีดี เพราะปรากฎในเกร็ดประวัติศาสตร์อ้างโดยงานเขียนในเว็บไซต์สถาบันปรีดี พนมยงค์ว่า ในการออกเดินทางลี้ภัยปี 2476 ของปรีดีซึ่งต้องผ่านไปทางสิงคโปร์นั้น จรูญเป็นหนึ่งในสามคนที่เดินทางไปส่ง แม้จะมีรายละเอียดที่ไม่ลงรอยนักว่าไปส่งที่ไหนแน่เพราะบทความหนึ่งเขียนไว้ว่าไปส่งถึงปีนัง ขณะที่อีกบทความหนึ่งบอกว่าไปถึงสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามนายจรูญไปส่งปรีดีพร้อมกับบุคคลอีกสองคนคือหลวงทัศนัยนิยมศึก และ ร.ท.ทวน วิชัยขัทคะ (ก่อนการอภิวัฒน์สยาม 2475: […]

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

“สื่อมืออาชีพ” สถานะที่ไร้เสน่ห์

สื่อมวลชนต่างพูดถึงคุณค่าของวิชาชีพตัวเองอย่างภาคภูมิใจ พวกเขาถือตัวเองว่าเป็นปากกระบอกเสียงให้ประชาชน เป็นสุนัขเฝ้าบ้าน เตือนภัยให้กับสังคม

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

จินตนาการสังคมใหม่ใน ‘ปาตานี’

ช่วงนี้กระบวนการสันติภาพในสามจังหวัดภาคใต้กำลังเข้าสู่จังหวะก้าวที่น่าสนใจ แม้ว่าหากมองอย่างผิวเผินดูเหมือนจะไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญมากนัก แต่ลึกลงไปแล้ว สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นถือเป็นความท้าทายอย่างสำคัญต่อวิธีคิดที่ดำเนินต่อเนื่องมานาน

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

การหายไปของ ‘หะยีสุหลง’ การผูกขาดพื้นที่ความทรงจำ

เรื่องราวของหะยีสุหลงไม่ได้เป็นแต่เพียงเรื่องของคนที่ถูกบังคับให้สูญหาย แต่ยังมีเรื่องใหญ่ด้วยคือข้อเรียกร้อง 7 ประการของเขา ซึ่งก็พูดได้เช่นกันว่าจนถึงวันนี้ก็ยังพูดกันได้แบบไม่ “ทะลุ”

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

สื่อสารในยามสงคราม

น่าเสียดายที่ในโลกของการสื่อสารที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างมากในปัจจุบัน เรากลับไม่ได้เห็นสื่ออย่างในรัสเซียมีบทบาทในการตอบคำถามเหล่านี้ให้กับผู้คนในสังคมโลก ตรงกันข้าม เรากลับได้เห็นการที่กลุ่มประเทศสหภาพยุโรปสั่งบล็อกสื่อรัสเซียซึ่งในโลกของการสื่อสารปัจจุบันนับเป็นเรื่องที่ผู้เขียนเห็นว่าแปลก

นวลน้อย ธรรมเสถียร