Columnist

คลุกวงในว่าด้วยเรื่องสื่อและจรรยาบรรณ

เพียงแค่เราใช้หลักการของการสื่อสารแบบมืออาชีพอย่างจริงจัง มันก็จะตอบโจทย์ได้แล้ว ความเป็นมืออาชีพที่จริงเป็นเรื่องที่เดินคู่มากับเรื่องของจรรยาบรรณอย่างแนบแน่น จนถึงวันนี้ก็ยังเชื่อมั่นว่า หากเรายึดหลักการการทำสื่อแบบมืออาชีพจริงจัง สิ่งนี้น่าจะยังเป็นคำตอบได้อยู่สำหรับการรับมือการทำข่าวในพื้นที่ความขัดแย้งสามจังหวัดภาคใต้ รวมไปถึงความขัดแย้งอื่น ๆ ที่เห็นกันอยู่ในที่อื่นใดรวมไปถึงความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพราะไม่ได้ใช้หลักการการสื่อสารสันติภาพ แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องมาจากการไม่ได้ทำงานแบบมืออาชีพมากกว่า

นวลน้อย ธรรมเสถียร

เดินหน้าสู่ปีที่ 19 ของความขัดแย้ง

ความขัดแย้งที่เชื่อกันว่าสงบลงก่อนหน้า เป็นแต่เพียงการเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่าน ก่อนหน้าปี 2547 ความขัดแย้งในพื้นที่นี้ปรากฎตัวซ้ำซากมาเนิ่นนาน บางเวลาก็หยุดหายไป บางเวลาก็ปะทุขึ้นมาใหม่เสมือนเปลวไฟที่ได้เชื้ออย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยต้องการแหวกวงล้อมจากวิธีคิดและแนวปฏิบัติเดิม ๆ เพราะชัดเจนว่าที่ทำมานั้นไม่ได้ผล

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

ความตายริมฝั่งแม่น้ำโกลก

ศพของยะห์รีนั้น รายงานข่าวระบุว่าถูกกระทำอย่างยับเยินจนจำแทบไม่ได้ สิ่งที่ทำให้ครอบครัวรู้ว่านี่คือยะห์รีคือแผลเป็นที่ต้นขาซึ่งเป็นเครื่องยืนยันสำหรับภรรยาของเขา แต่มีความพยายามโต้แย้งกับครอบครัวในเรื่องนี้จนกระทั่งเกิดกระแสข่าวว่า มีการผลักดันให้มีการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติม

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

ทางตันสันติภาพใต้ รอลม (การเมือง) เปลี่ยนทิศ

กระบวนการสันติภาพภาคใต้ระหว่างรัฐบาลและกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้นขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการ “พูดคุย” คือ dialogue ยังไปไม่ถึงการ “เจรจา” หรือ negotiate และก็อยู่ในขั้นนี้มาหลายปีแล้วด้วยอาการขึ้น ๆ ลง ๆ

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

ผูกประวัติศาสตร์ไว้กับความมั่นคง

การผูกประวัติศาสตร์ไว้กับความมั่นคงไม่ได้ป้องกันความแตกแยก แต่มันคือส่วนหนึ่งของการปิดกั้นการปรองดองของคนในสังคมมากกว่า

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

สันติภาพไม่ได้อยู่แค่บนโต๊ะเจรจา

ในหมู่คนทำงานในภาคประชาสังคมชายแดนใต้ เริ่มมีการตั้งคำถามมากขึ้นและอย่างจริงจังว่ากระบวนการสันติภาพที่กำลังดำเนินอยู่นั้นมีพื้นที่ให้กับประเด็นของภาคประชาชนมากน้อยเพียงใด

นวลน้อย ธรรมเสถียร
นวลน้อย ธรรมเสถียร

สองพี่น้องตระกูลสืบแสงกับคณะราษฎรและสามจังหวัดภาคใต้

ขยายประเด็น นวลน้อย ธรรมเสถียร วันสำคัญในเดือนมิถุนายนเพิ่งผ่านพ้นไป เตือนใจให้เรานึกถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการปกครองและคณะราษฎร ในฐานะของคนที่ทำงานเกี่ยวพันกับสามจังหวัดภาคใต้ ผู้เขียนคิดไปถึงเรื่องราวของคณะราษฎรกับความพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่นี้ของคนในกลุ่ม ซึ่งพลันที่คิดเรื่องนี้ ชื่อของสองพี่น้องตระกูลสืบแสงก็ผลุบโผล่ขึ้นมาทันที เช่นเดียวกันกับชื่อบุคคลสำคัญในคณะราษฎร และรวมไปถึงผู้นำศาสนาคนสำคัญที่ถูกอุ้มหายในอดีตคือหะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ การจะเขียนถึงเรื่องนี้ทำให้ต้องพิจารณาสองเรื่องประกอบกัน หากเราไล่ไทม์ไลน์ทางประวัติศาสตร์สองเรื่องคือเหตุการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ กับการเมืองในกรุงเทพฯ จะพบว่าในช่วงเวลาก่อนหน้าที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจเกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ กล่าวคือในปี 2470 หะยีสุหลงเดินทางจากตะวันออกกลางกลับบ้านเกิดคือปัตตานี โดยมาจากเมกกะที่ซึ่งเขาไปศึกษาและใช้ชีวิตมาเนิ่นนาน การกลับสู่พื้นที่หนนี้จะทำให้หะยีสุหลงกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างสำคัญโดยเฉพาะด้านศาสนาในพื้นที่ ส่วนพี่น้องตระกูลสืบแสงในที่นี้หมายถึงจรูญ สืบแสง และเจริญ สืบแสง พวกเขาเป็นชาวปัตตานีที่แม้จะมีอาชีพคนละอย่าง ทำงานคนละด้าน แต่ในที่สุดแล้วงานของพวกเขาล้วนเป็นเรื่องรับใช้สังคม มีข้อมูลหลายประการที่ทำให้เชื่อได้ว่าพวกเขาทั้งคู่น่าจะมีบทบาทอย่างสำคัญที่ทำให้เกิดการสื่อสารสัมพันธ์ระหว่างหะยีสุหลงกับคณะราษฎร ปรากฏการณ์ที่น่าสนใจที่เกิดขึ้นในสายสัมพันธ์นี้คือทำให้เกิดการพูดคุยเพื่อจะคลี่คลายปัญหาในพื้นที่ในช่วงหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ซึ่งถ้าจะเรียกมันว่าเป็นกระบวนการสันติภาพช่วงแรก ๆ ก็อาจจะไม่ขัดเขินจนเกินไปนัก  จรูญ สืบแสงเป็นข้าราชการทำงานด้านการเกษตร จบการศึกษาด้านนี้มาจากฟิลิปปินส์ เขาเป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าเป็นสมาชิกพลเรือนผู้ร่วมก่อตั้งคณะราษฎร จรูญเป็นผู้ที่กระตือรือร้นอย่างมากและเขานี่เองที่เร่งรัดผลักดันใหัมีการตัดสินใจลงมือในวันเวลาที่ชัดเจน เขาน่าจะมีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับปรีดี เพราะปรากฎในเกร็ดประวัติศาสตร์อ้างโดยงานเขียนในเว็บไซต์สถาบันปรีดี พนมยงค์ว่า ในการออกเดินทางลี้ภัยปี 2476 ของปรีดีซึ่งต้องผ่านไปทางสิงคโปร์นั้น จรูญเป็นหนึ่งในสามคนที่เดินทางไปส่ง แม้จะมีรายละเอียดที่ไม่ลงรอยนักว่าไปส่งที่ไหนแน่เพราะบทความหนึ่งเขียนไว้ว่าไปส่งถึงปีนัง ขณะที่อีกบทความหนึ่งบอกว่าไปถึงสิงคโปร์ อย่างไรก็ตามนายจรูญไปส่งปรีดีพร้อมกับบุคคลอีกสองคนคือหลวงทัศนัยนิยมศึก และ ร.ท.ทวน วิชัยขัทคะ (ก่อนการอภิวัฒน์สยาม 2475: […]

นวลน้อย ธรรมเสถียร