ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

พอดีมีคนขอคำปรึกษาว่าเราควรจะบอกเด็ก ๆ เกี่ยวกับสงครามโหดร้ายที่รัสเซียกระทำต่อยูเครนที่กำลังเกิดขึ้นหรือไม่  ซึ่งก็ทำให้นึกเลยไปถึงเรื่องอื่น ๆ ที่เรามักชอบปิดบังจากเด็ก ๆ ด้วย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการจี้ปล้น  ข่มขืน  ฆาตกรรม  ยาเสพติด  รวมทั้งอาชญากรรมต่าง ๆ

ก่อนอื่นเราคงต้องยอมรับกันก่อนว่า  โลกนี้ไม่ได้สวยงามอย่างในหนังสือนิทานที่เราอ่านให้เด็ก ๆ ฟัง  เรามีสงคราม  อาชญากรรม  โจร  คนคดโกง  คนวิปลาส  เรามีสิ่งเหล่านี้อยู่ในสังคม ในเมือง ประเทศ ในโลก และใกล้ตัวอย่างน่ากลัว 

นั่นประการหนึ่ง  อีกประการก็คือในปัจจุบันเรามีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง  สัญญาณดาวเทียม  ละคร  ภาพยนตร์  ข่าวสารเรียลไทม์ทันเหตุการณ์  และเป็นเรื่องยากมากที่เราจะปิดหูปิดตาไม่ให้เด็ก ๆ ได้รับรู้ถึงสิ่งต่าง ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลก  เราไม่สามารถปิดบังอะไรเด็ก ๆ ได้เหมือนสมัยก่อนอีกแล้วในโลกสมัยใหม่  และแทนที่จะปิดบัง  เราควรเลิกหลอกตัวเองเสียทีว่าเราปิดบังพวกเขาได้ 

สิ่งเหล่านี้…ไม่ว่าจะสงครามหรืออาชญากรรมต่าง ๆ ล้วนเป็นเรื่องซับซ้อน  บ่อยครั้งที่มันไม่ได้เป็นสิ่งที่สามารถอธิบายให้เข้าใจได้ง่าย ๆ  โดยเฉพาะสงครามซึ่งหลาย ๆ ครั้งก็เป็นเรื่องของทฤษฏีสมคบคิด (Conspiracy theory) ร่วมกันหลาย ๆ ชาติ  เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทั้งเปิดเผยและอย่างลับ ๆ  ยิ่งในเวลาที่การทำสงครามมีราคาแพงมากอย่างตอนนี้ยิ่งซับซ้อน  และแน่นอนจะต้องมีคนได้ประโยชน์ที่มีมูลค่ามากกว่าต้นทุนการทำสงคราม  นี่ยังไม่รวมผลประโยชน์ระยะยาว  อย่างการยึดครองทรัพยากร  พื้นที่เพาะปลูก  รวมทั้งคุมเส้นทางสัญจร  ทางออกทะเล  นอกเหนือจากนั้นมันยังเป็นเรื่องของอำนาจ  การเสถียรอำนาจและสถาปนาอำนาจในพื้นที่ ในประเทศ ในโลก การปล้น ฆ่า ข่มขืน อาชญากรรมอื่น ๆ ก็เช่นกัน มีมิติทั้งทางสังคม เศรษฐศาสตร์และจิตวิทยา   

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายเรื่องราวเหล่านี้ให้คนอายุน้อยมาก ๆ เข้าใจ

กระนั้น  สิ่งสำคัญกลับไม่ได้อยู่ที่ความยากง่ายในการตอบเด็ก ๆ  แต่อยู่ที่โลกที่เขาเห็นเป็นเช่นไรจริง ๆ  มันมีวิธี  มีชุดอธิบายและการเปรียบเทียบที่เรียบง่ายเสมอ 

ในเมื่อเราไม่สามารถปิดบังไม่ให้เด็ก ๆ เห็นภาพและรับรู้ความโหดร้ายของโลกได้  เราก็ควรให้เขาได้มีโอกาสเข้าใจสิ่งเหล่านี้ทีละน้อยไปพร้อม ๆ กับการเติบโต  เช่นเดียวกับเรื่องวิทยาการยาก ๆ อื่น ๆ  เด็ก ๆ จะมีความเข้าใจแบบเด็ก ๆ  เฟ้นหาชุดคำอธิบายที่พวกเขาสามารถเข้าใจได้ตามการรับรู้ในแต่ละช่วงอายุ  ชุดคำอธิบายที่จะถูกค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนไปทีละนิดเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นทีละน้อย 

แน่นอนว่าภาพต้องสยดสยองจนเกินไปแม้ว่านั่นจะเป็นความจริง  ซึ่งในปัจจุบันสื่อต่าง ๆ ก็มีวิจารณญาณในการเซนเซอร์อยู่อย่างดีพอประมาณอยู่แล้ว  และโดยไม่มีการเล่ารายละเอียดมากเกินไป สถานการณ์เหล่านี้น่าเป็นโอกาสดีด้วยซ้ำที่เราจะสามารถใช้อธิบายให้เขารู้จักโลกที่เขาอยู่  เช่นเดียวกับสิ่งอื่น ๆ ที่เขาต้องรู้ 

เราเลี้ยงดูเด็ก ๆ ด้วยเทพนิยาย  เรื่องราวเจ้าหญิงเจ้าชาย เด็กน้อยกล้าหาญน่ารัก และสัตว์เฉลียวฉลาด แต่ข้างนอกหน้าต่างบ้านแสนสุขออกไปเราทำสงคราม ฆ่าฟัน ทำลายบ้านแสนสุขของคนอื่น สังหารครอบครัวอบอุ่นอื่น ๆระเบิดเมืองมหัศจรรย์ ยังไม่ต้องพูดถึงฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ทำลายถิ่นที่อยู่ของพี่หมีพี่วาฬพี่สัตว์แสนดีสารพัดสปีชีส์อย่างป่าเถื่อน 

เราสร้างโลกอุดมคติมาเล่าให้เขาฟัง แต่เรากลับทำในสิ่งตรงกันข้ามและคาดหวังว่าเขาจะโตขึ้นมีสามัญสำนึกที่ดีและเป็นมนุษยชาติที่ดีกว่าเรา …นี่ผิดอยู่ไม่น้อย

ตอบเด็ก ๆ อย่างที่เราเข้าใจ  ตอบเขาอย่างสังเขปและตามความเป็นจริง  ตอบเขาด้วยการใช้อุปมาอุปไมยที่เขาเข้าใจได้  เรื่องไหนรู้ก็บอกตามที่รู้  เรื่องไหนไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้  เรื่องไหนงงก็บอกเขาว่ามันยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะได้ผลสรุปและเรื่องบางเรื่องหลาย ๆ เรื่องก็อาจไม่มีบทสรุปเลยก็ได้  โลกก็เป็นเช่นนี้  และไม่เป็นไรเลยที่เด็ก ๆ จะงง  เราก็งง  ก็งง ๆ ไปด้วยกัน

และในเรื่องที่เราไม่มีความรู้ความเข้าใจดีพอจะอธิบาย บางทีก็เป็นโอกาสดีที่เราจะใช้หาคำตอบไปพร้อมกันเหมือนกัน

สงครามและสังคมที่มีอาชญากรรมเป็นสิ่งน่ากลัว และมีอยู่  …มันเป็นเช่นนั้น  และยากเกินไปที่เราจะทำให้เด็ก ๆ เชื่อว่ามันไม่น่ากลัว  และไม่มีอยู่  แน่นอนความจริงข้อนี้จะทำให้โลกนี้ดูน่ากลัว  แต่โลกก็น่ากลัว  ผู้ใหญ่ก็น่ากลัว  คนแก่ ๆ ที่ก่อสงครามยิ่งน่ากลัว  บอกเด็ก ๆ ว่าปีศาจมีจริง  และพวกมันก็ไม่ได้ซ่อนอยู่ใต้เตียง  ในห้องเก็บของ  ในป่าช้า  ในความมืด  หลาย ๆ ครั้งพวกมันปรากฏตัวอย่างสง่าผ่าเผยในรัฐบาลต่าง ๆ  ในแสงสว่าง  ตามถนนหนทาง  ปีศาจมีอยู่ในความเห็นแก่ประโยชน์ในการไม่เคารพชีวิตคนอื่น  ในการก่อสงคราม  รุกราน  ยึดครอง  กดขี่  มีอยู่ในตัวเราทุกคนมากหรือน้อย  ในทุกที่

บอกเขาตามจริง

บางที  นี่อาจทำให้ผู้คนหันมาสร้างโลกอุดมคติจริง ๆ ให้เด็ก ๆ แทนการหลอกลวงพวกเขาด้วยเทพนิยายก็ได้  บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์มนุษยชาติที่มนุษย์ทุกคนจะร่วมแรงร่วมใจคัดค้านและหยุดการทำสงคราม  บางทีมันอาจอุดมคติกว่าหากเราปล่อยเด็ก ๆ ให้มองเห็น  ตั้งคำถาม  และหาคำตอบเกี่ยวกับการทำร้ายทำลายล้างมนุษย์ด้วยกันตั้งแต่อายุน้อย ๆ  ตอนที่เขายังเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่อ่อนโยน  งดงาม  ตอนที่เขายังมีความสงสารและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นตามธรรมชาติดั้งเดิมของการเป็นมนุษย์

การฟูมฟักเด็ก ๆ เอาไว้ในบับเบิลของความเพ้อเจ้อ  นอกจากพวกเขาจะไม่ถูกสอนให้เห็นและเข้าใจโลก  เรายังทำให้พวกเขายังมีภูมิต้านทานต่ำเกินไปต่อโลกที่โหดร้ายและผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัวขึ้นทุกวันด้วย  และช่วยไม่ได้ที่เด็ก ๆ จะตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมเลวร้ายมากขึ้นตาม  รวมทั้งนี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนอายุน้อย ๆ ฆ่าตัวตายสูงขึ้นมากกว่าแต่ก่อนมาก  เมื่อโตและพบว่าโลกจริงนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้าย  ไม่ได้เป็นอย่างที่เราบอกเขามา  และเราเองก็โกหกเชื่อถือไม่ได้มาโดยตลอด

แต่อย่าลืมบอกเด็ก ๆ ด้วยว่าโลกนี้มีด้านดี  ด้านสวยงาม  บอกเขาว่าไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ยังเป็นโลกที่น่าหลงใหล  เล่าเรื่องคนที่น่านับถือน่าสนใจให้เขาฟัง  เล่าเรื่องมากมายไม่รู้จบของคนที่พยายามทำให้โลกเป็นโลกที่ดีกว่าเดิม 

และบอกเขาว่ามันจะยังคงมีคนพยายามอยู่เสมอให้โลกนี้เป็นสถานที่ที่น่าอยู่ที่สุดในจักรวาล