ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

เพิ่งอ่านข่าวเจอเรื่องชายคนหนึ่งประกาศยกรถให้วัดเนื่องจากขับ ๆ อยู่จู่ ๆ ดึกดื่นก็ได้ยินเสียงหญิงชรามาหายใจฟืดฟาดน่าสยองข่าวไม่ได้บอกว่าผีมาหายใจอยู่อย่างนั้นนานมั้ยทุกคืนไหมหรือให้รายละเอียดอะไร นอกจากยังเสริมว่า กว่ารถที่ว่าจะมาถึงชายคนนี้ก็ได้เปลี่ยนเจ้าของมาถึงหกคนแล้ว  นัยจะบอกว่าโดนผีหลอกกันมาหลายราย  

ดูจากในรูปรถคันที่ว่าก็ออกจะเฒ่าชะแรแก่ชราและโทรมโขอยู่  น่ามีชิ้นส่วนชำรุดหละหลวมชวนให้เกิดเสียงประหลาดได้  และเสียงหายใจฟืดฟาดที่ได้ยินก็อาจไม่ใช่ผีหญิงชราที่ไหน  แต่เป็นเสียงเฮือกท้าย ๆ ของรถเอง …นั่นประเด็นหนึ่ง  

อีกประเด็นคือรถมีผีสิงสู่อยู่จริง ๆ  ซึ่งก็เหมือนเรื่องผีทุกเรื่องที่เราได้ยินมา  คือพิสูจน์ไม่เคยได้  หาหลักฐานไม่เคยเจอ  แต่ที่แน่ ๆ กว่าแน่คือข่าวออกมาในวันก่อนหน้าหวยออกหนึ่งวัน  ซึ่งเป็นปกติของเดือน ๆ ละสองครั้งที่เราจะได้ยินได้ฟังข่าวแปลก ๆ  ตั้งแต่สัตว์ประหลาดไปจนผีสางนางไม้ต่าง ๆ หนาแน่น  

แต่ประเด็นที่จู่ ๆ ก็สะดุดใจขึ้นมาตอนอ่านเรื่องนี้ก็คือ ผีมักจะหลอกคนจนมากกว่า ทั้งในชนบทและเมือง

แค่คุณรวยมีเงินทองก็ยากละที่คุณจะโดนผีหลอก ประการแรกคุณไม่ต้องซื้อบ้านมือสองอยู่ซึ่งมักจะมีผีไม่รู้จักกันติดมาเป็นของแถม รถมือสองก็เหมือนกัน เป็นไปได้อยู่ว่าคนรวยอาจได้ใช้ของที่ถูกใช้มาก่อนบ้างแต่ก็มักเป็นพวกเป็นมรดกตกทอด  เป็นของดีของงาม มีคุณค่าทางใจ ราคาแพง รถก็ใช้อะไหล่แท้  ดูแลซ่อมแซมบำรุงมาอย่างดี  โดยช่างเก่ง ๆ ค่าตัวสูง ๆ  

หรือหากเผอิญจะมีวิญญานสิงสู่ ผีที่ว่าก็ยังเป็นผีญาติ ๆ กันบรรพบุรุษเป็นผู้ดีมาอย่างอบอุ่นนุ่มนวล  เรียบ ๆ วอบ ๆ แวม ๆ สุ้มเสียงเบา ๆมาเพื่อเป็นขวัญกำลังใจไม่โฉ่งฉ่างคร่ำครวญชวนสยดสยองขวัญอย่างผีคนแปลกหน้าที่เคยมีชีวิตยากจนลำบากที่ตายทรมานที่มาเพราะวิญญานชั้นเกลียดโกรธจนไม่ได้อยู่สงบ ๆ ดังนั้นคนอื่นหน้าไหนก็อย่าได้อยู่เป็นสุขเลย     

เคยคิดไหมว่าความจนมันเป็นเรื่องน่ากลัวแค่ไหน   

มันดึงดูดทุกความน่าสะพรึงสุดขั้วและไม่มีอะไรโรแมนติกอย่างที่คนชั้นกลางพากันซาบซึ้งน้ำตาไหลและคนรวยชอบประโคมเงินสร้างสรรค์ทำเป็นไวรัลแม้แต่น้อย 

มันไม่ได้เป็นเรื่องแค่การต้องมีชีวิตท่ามกลางข้าวของราคาถูกกว่า เล็กกว่า เก่ากว่า น่าเกลียดกว่า เป็นความจริงที่ว่าเสื้อตัวละยี่สิบก็ใส่ได้เหมือนเสื้อตัวละพันตัวละหมื่นแหละ อยู่บ้านน้อยแออัดในสลัมอาจอุ่นอวลไปด้วยความรักเสียยิ่งกว่าคฤหาสถ์ด้วยซ้ำ มีเวลาอยู่ด้วยกันมากกว่า เรียกได้ว่าแทบจะตลอดเวลา เพราะความจนไม่เปิดโอกาสให้มีโอกาสได้สันทนาการ ได้เที่ยวเตร่ มีงานอดิเรกที่ไหน ทำงานเสร็จตกเย็นก็เข้าบ้าน ทำอาหารง่าย ๆ นั่งล้อมวงกิน  ดูทีวี       

เป็นความจริงที่คนไม่ต้องมีเงินมากก็สามารถมีความสุขได้อยู่บ้างและนานแสนนานครั้งอย่างที่คนชั้นกลางชอบเอามาอ้างประโลมใจตัวเองที่มีปัญญาน้อยเหลือเกินที่จะเอื้อเฟื้นเกื้อกูลคนยากลำบากกว่ากับยังช่วยให้ใจชื้นขึ้นหน่อยด้วยว่าชีวิตมี่มีความมั่นคงน้อยนิดของตัวเองยังไม่แย่ที่สุดและคนรวยชอบโรแมนติไซส์เพื่อกลบบังความความจริงที่ว่า ความจนมาจากการโครงสร้างเหลื่อมล้ำ ซึ่งริดรอนเอาเปรียบทุกผู้ทุกคนในทุกมิติจากบนลงล่างเป็นทอด ๆหาใช่เป็นโชคชะตาหรือความงามของชีวิตไม่ 

และแน่นอน  หาใช่สิ่งปกติไม่

แต่ไม่มีใครพูดถึงเลยคือความขมขื่นของชีวิตตื่นหลับในครอบงำของความกลัว

ก็จะกลัวอะไรกันนัก กลัวซังกะตาย กลัวไร้หวัง กลัวหวังมากเกินไป กลัวผิดหวัง 

กลัวฝัน ฝันไม่มีวันเป็นจริง กลัวฝันเป็นจริงแค่เสี่ยวเสี่ยงต้องมาแหลกสลาย กลัวไม่มีข้าวกิน กลัวมีข้าวกินไม่อิ่ม  กลัวไม่มีที่ซุกหัวนอน  กลัวต้องร่อนเร่พเนจรไร้บ้าน  กลัวผี กลัวติดยา กลัวติดพนัน ติดเหล้า กลัวไม่ได้เรียน กลัวเรียนไม่จบ กลัวท้อง กลัวมีลูก กลัวลูกไม่ได้ดี กลัวไม่มีงานทำ กลัวมีงานทำแล้วตกงาน กลัวป่วย กลัวโดดเดี่ยวเดียวดาย  กลัวไร้รัก กลัวรักแล้วเขาไม่รักตอบเพราะจน กลัวรักแล้วไม่มีปัญญาจะดูแลคนที่รักให้สุขสบาย กลัวรักคนที่พอจะทำใจรักได้ไหวแล้วเขาจะไม่ดีพอ กลัวไม่มีปัญญาดูแลพ่อแม่พี่น้องครอบครัว กลัวไม่มีคนดูแล กลัวไม่มีเพื่อน กลัวเพื่อนหลอกใช้เอาผลประโยชน์ กลัวตาย 

กลัวกระทั่งจะมีชีวิตอยู่

ทั้งคนรวยและคนชั้นกลางจะเข้าใจความกลัวทุกสิ่งอย่างแบบนี้ได้อย่างไร  คนไม่เคยสิ้นเนื้อประดาใจไร้ความหวังจะมองเห็นคนจนจริงๆ ได้อย่างไร  จะเข้าใจวิถีเรียบง่ายที่ถูกบังคับให้ต้องพอเพียง ไม่ฟุ้งเฟ้อทะเยอทะยานแสนจะเป็นพุทธะและดูงามเหลือเกินนั้นได้อย่างไร

มันไม่ใช่อะไรสวยหรูแบบที่ดูแล้วเอาไปสอนลูกสอนหลานเรื่องความพอเพียง สมถะ หรือสอนเรื่องความอดทน  บากบั่น พากเพียรบ้า ๆ บอ ๆ อะไรอย่างที่ทำ ๆ กัน แต่มันคือความแล้งไร้ทุกสิ่งอย่าง คือความไม่มีทางเลือก คือความดิ้นรนที่ได้กลับมาแค่รั้งตัวเองไว้ไม่ให้ตกต่ำลงไปอีกไม่สิ้นสุด คือความจำนนจำยอมเป็นอัมพาตต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบทั้งทางตรงทางอ้อม 

คือสังคมเหลื่อมล้ำไม่เป็นธรรมบัดซบที่เราทุกคนอยู่ร่วมกันนี้  นี่ต่างหากที่เราต้องสอนลูกหลานให้มองเห็นและเข้าใจ

เราต้องสอนให้เขามองเห็นว่ามันคือสังคมพิกลพิการ ที่มีคนยากจนไร้ความหวังหนทางไปมหาศาล มีคนชั้นกลางที่พอจะซื้อหาจับจองเป็นเจ้าของความหวังรางๆ กับหนี้สินมหาศาลอีกจำนวนไม่มาก  มาอยู่ร่วมกันในความหวาดกลัวชีวิตแบบต่างๆ  โดยมีคนรวยประมาณแค่หยิบมือที่ไม่กลัวอะไรเลยแม้แต่บาปผิดที่ถือครองทุกอย่างกำหนดทุกสิ่ง มาคอยผลิตไวรัลให้เราทราบซึ้งถึงคุณค่าที่ไม่มีอยู่ของชีวิตที่น่าชัง เพื่อจะอยู่อย่างสงบงันอิ่มเอมใจหายกลัวชีวิตได้ชั่วขณะไปวัน ๆ   

จะบอกว่า จากเรื่องรถผีสิงเล็ก ๆ ที่แทบไม่มีเนื้อข่าวแค่นี้ยังพาเราไปสู่ความหวาดกลัวเบื้องหลังที่ลึกและดึกดำบรรพ์กว่าได้ไม่สิ้นสุดถึงอย่างนี้ เลิกซาบซึ้งกันเถิดค่ะ แล้วหันมาสอนลูกหลานให้เห็นความผุพังเพื่อว่าวันหนึ่งเมื่อเขาโตขึ้น  จะได้ร่วมกันสร้างสรรค์ให้ดีขึ้น 

หรือทำให้ความยากจนนี้หายไป