ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

จะไม่ทนเงียบอีกต่อไป ของสำนักพิมพ์แมงมุมบุ๊คเป็นหนังสือเล่มเล็กที่ทรงอานุภาพมาก ทั้งทำลายล้างและสร้างสรรค์ในคราวเดียว แปลโดยอนุรักษ์ กิจไพบูลย์ทวี จากต้นฉบับภาษาจีนของเฉินเจี๋ยฮ่าว ศิลปินหนุ่มและนักเคลื่อนไหวทางสังคมผู้ซึ่งเขียนหนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของการบำบัดตัวเอง เยียวยาความแหลกสลายของที่ติดตัวมาแต่ครั้งยังเป็นเด็กชายตัวเล็ก ๆ ในคราวเดียวกันก็เปิดเผยความมืดดำที่สุดของมนุษย์ให้โลกได้รับรู้ กับบอกเราทุกคนถึงอานุภาพและพลังที่เรามีในการซ่อมแซมเยียวยาตัวเอง                  

เฉินเจี๋ยฮ่าวอายุแค่สามขวบเท่านั้นตอนถูกส่งไปอยู่ในความดูแลของครอบครัว ‘แม่นม’ ที่ซึ่งฝันร้ายยาวนานไม่สิ้นสุดเริ่มต้นขึ้น การเล่าเรียบ ๆ กระชับ ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับถึงเหตุการณ์คุกคามและล่วงละเมิดทางเพศหลายวาระ รวมถึงฉากกระทำ โดยไม่มีการอธิบายรายละเอียดรวมทั้งความรู้สึก แค่เล่าออกมาประหนึ่งคำพูดที่เด็กสามขวบคนหนึ่งจะเล่า…ยิ่งทำให้เรื่องรวดร้าวขึ้นไปอีก 

….มีความหวาดกลัวมากมาย ความโกรธขึ้งมหาศาล และความเดียวดายอย่างที่สุดในทุกตัวอักษร

มีหลายครั้งที่ต้องหยุดพักระหว่างอ่าน ไปต่อต่อไม่ไหว หลายบททำร้ายจิตวิญญาณเราได้สาหัสมาก โดยเฉพาะบทแรกๆ ที่เล่นเอาแทบไม่อาจทนความรู้สึกคลื่นเหียนจวนอาเจียน จากการกระทำเลวร้ายวิปลาสที่ทุกคนในครอบครัวแม่นมรวมถึงลูกชายลูกสาววัยรุ่นอีกสองคนกระทำต่อเด็กเล็กไหว หลายครั้งเพราะความเศร้าอย่างที่สุด อย่างเมื่อมาถึงตอนเด็กชายถูกริบตุ๊กตาที่รักและเดียวดายไร้ที่พึ่งขนาดต้องปรับทุกข์กับจุดที่อยู่บนกำแพง กับอีกหลายครั้งต่อมาเพราะความขมขื่นรันทด เมื่อเห็นผู้เขียนดิ้นรนที่จะได้รับความรักจากพ่อแม่ และถูกปฏิเสธ…ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่และเล่าความวิปริตทั้งหลายที่ถูกกระทำมาให้ฟังอย่างหมดเปลือก

บ่อยครั้งที่เรามองการข่มขืนเป็นความเลวร้ายระดับสูงสุดของการล่วงละเมิดทางเพศ โดยมองข้ามความเป็นจริงที่ว่าการกระทำเกี่ยวเนื่องกับเรื่องเพศในระดับต่าง ๆ อาจเลวร้ายกว่าการข่มขืนก็ได้ การทำร้ายจิตใจ การบังคับ ข่มขู่ ริดรอน  ลงโทษ การใช้อำนาจในรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งความไม่อาจเข้าใจและการต้องตกอยู่ในสภาวะจำยอมของผู้ถูกกระทำเองสามารถทำลายล้างได้มากกว่า แต่ที่ซ้ำเติมและทำลายได้มากกว่าไม่รู้กี่เท่าและไม่มีวันสิ้นสุด คือการถูกเพิกเฉย ไม่แยแส การไม่ถูกถาม ถูกปฏิเสธที่จะรับฟังจากพ่อแม่ครอบครัว นั่นคือการถูกทิ้งให้เดียวดายแต่ลำพังในห้วงจักรวาลมืดดำที่เต็มไปด้วยปีศาจ 

สิ่งนี้ต่างหากที่ทำลายคนคนหนึ่งไม่เลิกรา…ทั้งในตอนนั้นและเวลาต่อมา 

เช่นเดียวกับที่การล่วงละเมิดทางเพศเด็กดูจะเป็นสิ่งเลวร้ายในความรู้สึกของสังคมมากกว่า ในความเป็นจริงเมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ มันคือเด็กในที่เรามีอยู่ข้างในตัวเราทุกคนต่างหากที่ถูกล่วงละเมิด ความเป็นเด็กที่จะพาเราก้าวข้ามขวากหนามความยากลำบากนานาของชีวิต…ตั้งแต่วันแรกที่ถือกำเนิดไปได้ตลอดรอดจนถึงอีกฟากฝั่ง…ความไร้เดียงสาต่อโลก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีต่อผู้คน ความสนุกสนานสดใส มองโลกในแง่ดี ความสามารถที่จะมีความสุข กระทั่งปรารถนาและความสามารถที่จะมีชีวิตอยู่

เคยรู้สึกเหมือนมีชีวิตอยู่ในวันสิ้นโลกมั้ย นั่นคือความรู้สึกที่ผู้เขียนรู้สึกในตอนสามขวบ และยังคงรู้สึกต่อมาเกือบชั่วชีวิตเขา ติดขังในวันสิ้นโลกที่ไม่ยอมหายไป ไม่มีวันสิ้นสุด และหวนกลับมาใหม่ทุกเช้าที่ตื่นขึ้น

หนังสือยังพูดถึงกลไกการเอาชีวิตรอดของคนในความเจ็บปวดสุดทน…ลืม  ลืมให้หมด ผ่านชีวิตไปโดยไม่รู้ว่าทำไมร้องไห้บางคืน หวาดกลัวตัวสั่นบางหน จนวันหนึ่ง บางเหตุการณ์ บางสิ่งบางอย่าง ก็ผ่านเข้ามา และโดยไม่ทันตั้งตัว  ล็อกก็ถูกปลด ปลดปล่อยความทรงจำเลวร้ายที่ถูกลืมไปแสนนานออกมา ปีศาจหวนคืนกลับ ดุร้าย น่ากลัว และตัวใหญ่กว่าเก่า ปีศาจได้กลายเป็นหลุมดำและพยายามดูดกลืนเขากลับเข้าไปในความทุกข์ที่ผ่านไปแล้วตลอดกาล 

มันคือสงครามที่ไม่อาจบอกเล่ากับใคร คือการพังทลาย คือการรู้สึกอับอาย ไร้ค่า ตกต่ำ กระทั่งรู้สึกผิดในความผิดที่ไม่ได้ทำ มันคือการโบยตีที่แม้กระทั่งเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีทุกอย่างที่คนคนหนึ่งพึงมี ก็กลับถูกซัดกระหน่ำเอาจนคว่ำล้มลงอีก

นักเขียนเล่าถึงการเดินทางหลังจากล้มคว่ำพังทลายอีกครั้งของเขาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มีภรรยาที่ชาญฉลาดและเข้าอกเข้าใจเคียงข้าง การบังคับตัวให้กลับไปเผชิญหน้ากับครอบครัว การใช้การเขียนเล่า สร้างสรรค์งานศิลปะ ทำงานเพื่อสังคม…เขาสบตาปีศาจอีกครั้ง จ้องกลับเข้าไปในอดีตอีกครั้ง และปล่อยให้อดีตได้มองเห็นเขาด้วย ว่าบัดนี้ตัวเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว ไม่ได้เป็นเด็กเล็ก ๆ ที่ซุกตัวอยู่ในความมืดนั่นอีกต่อไป เขาเดินทางมาไกล  และยังจะคงก้าวต่อไปได้อีกไกล

หนังสือเล่มนี้พิสูจน์ให้เราเห็นว่าปีศาจมีจริง น่ากลัวและน่าสะอิดสะเอียน และเราควรบอกเด็ก ๆ ของเราด้วยว่าโลกนี้มีปีศาจ หนังสือบอกเราให้ใส่ใจดูแลเด็ก ๆ ของเราให้ดี ปกป้องพวกเขาจากปีศาจ ปลอบประโลมเขาจากฝันร้าย และรักเขาเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะต้องการถูกรัก หนังสือยังบอกพ่อแม่ทั้งหลายด้วยว่ามีเด็กมากมายที่ถูกพ่อแม่เลี้ยงดูเหมือนสัตว์เลี้ยง ไม่ใช่คนที่มีความรู้สึกนึกคิด…จิตใจ และนั่นเป็นสิ่งเลวร้ายอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ และโดยไม่ตั้งใจ พวกคุณอาจกลายเป็นปีศาจที่ทำลายลูกของคุณไปเสียเอง

แต่เหนืออื่นใดและงดงามที่สุด หนังสือเล่มนี้บอกเราว่าแม้เราเลือกเกิดไม่ได้ เลือกพ่อแม่ครอบครัวไม่ได้ และหลายครั้งไม่แม้กระทั่งอาจเลือกบทตอนของชีวิตให้สวยงามเหมือนในนิยาย แต่เราเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อให้ดีได้ แหละยังบอกคนทุกคนที่เคยต้องผ่านประสบการณ์เลวร้ายมา…ไม่ว่าจะเกี่ยวพันกับการคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศหรือเรื่องอื่น ๆ ว่ามนุษย์มีศักยภาพที่จะฟื้นคืน  มีพลังพอที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ แม้จะแตกร้าวบ้าง ผุพังไปบ้าง ไม่สมบูรณ์บ้าง    

ชีวิตมอบอานุภาพแห่งการสร้างสรรค์ที่ปีศาจไม่อาจทำลายให้กับเราเสมอ

แนะนำมาก ๆ ค่ะ สำหรับพ่อแม่ทุกคน สำหรับครูบาอาจารย์  ผู้ทำงานด้านเด็กและเยาวชน…คนทุกคน