ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

เราเป็นประเทศที่สนุกสนานกับการล้อเลียนบูลลี่กันอย่างมาก ถึงขั้นแทบจะเรียกได้ว่าเป็นวัฒนธรรมประจำชาติ

เราบูลลี่หรือด้อยค่ากันได้ทุกแบบ ตั้งแต่การทักทายหรือสนทนาธรรมดาประจำวัน แบบ ’พักนี้อ้วนขึ้นนะ’ หรือแสดงความเห็น ‘เธอจะสวยมากเลยถ้าจมูกโด่งอีกนิด’ กระทั่งแสดงความห่วงใย ‘หน้าตาก็สวยนิสัยก็ดีทำไมยังไม่มีแฟน’ ไปจนถึงล้อเล่นฉันท์มิตรที่เอาทุกเรื่องทุกสิ่งอันกระทั่งเรื่องที่ไม่เห็นมีอะไรให้บูลลี่ก็ยังเอามาบูลลี่ได้

ถ้าผิวคล้ำเพื่อนก็จะเรียกอีดำ ผิวขาวก็จะโดนเรียกว่าอีเผือก อ้วนก็เรียกช้าง/หมี ผอมก็กุ้งแห้งเยอรมัน …เตี้ย ฟันเหยิน  หูกาง จมูกแบน หน้าผากกว้าง คางยื่น ตาโปน ผมฟู หัวล้าน ไม่เว้นกระทั่งเสื้อผ้า ชอบใส่สีดำก็ว่า สีขาวก็ว่า สี ๆ ก็ว่า แต่งตัวสุภาพก็ว่า ทันสมัยก็ว่า รวย จน โง่ ฉลาด รักเรียนยังโดนหาว่าเป็นเนิร์ด เป็นตัวประหลาด ไม่รักเรียนก็ว่าหลังห้อง ทุกอย่างสามารถถูกเอามาล้อเลียนได้หมด

ไม่ต้องพูดถึงเชื้อชาติ เหยียดคนลาว รังเกียจคนอินเดีย ล้อเลียนคนจีน คนอีสานชาติเดียวกันยังโดน …เราเป็นชนชาติที่หัวเราะใส่หน้าคนต่างชาติที่พูดไทยไม่ชัดกันเป็นปกติ ซึ่งในโลกนี้ถือว่าเป็นการแสดงความหยาบคาย น่าอายและเป็นคนนิสัยไม่ดีเอามาก ๆ กระทั่งนับถือศาสนาต่างออกไป อย่างคนมุสลิมหรือซิกข์ที่มีทำเนียมปฏิบัติเคร่งครัดอย่างไม่กินหมู ละหมาดตามเวลา หรือไว้มวยผมกลางหัวจะตกเป็นเป้าโดนล้อเลียนต่าง ๆ นานาโดยไม่มีใครห้ามปรามทำโทษตั้งแต่เด็ก

เราล้อเล่นกระทั่งถึงท่าทาง อาหารที่ชอบ ครอบครัว ภูมิลำเนา บ้านช่อง ชื่อพ่อแม่ ทุกอย่าง กระทั่งไฝสักเม็ดก็เอาดี มิหนำซ้ำหลายครั้งเรายังบูลลี่ตัวเองได้ด้วยซ้ำ

…นี่เป็นเรื่องไม่ปกติ 

ไม่ปกติเอามาก ๆ ที่ประชากรชาติหนึ่งถึงจะล้อเลียนด้อยค่ากันเองมากมายทุกเม็ดเช่นนี้ ยิ่งกว่านั้นคนอื่น ๆ ก็หัวเราะขบขันเห็นดีเห็นงามเวลาใครบูลลี่ใครสักคน ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ แม้แต่คนแก่ชราที่ควรมีสติวินิจฉัยว่าเรื่องอะไรควรไม่ควรกว่าใคร เรื่องแบบไหนจะถือเป็นเรื่องสนุกชวนหัวได้ เรื่องไหนไม่ได้

…เห็นได้ชัดว่าเราเป็นประเทศที่ไร้ปัญหาสุขภาพจิต

ยิ่งกว่านั้นการล้อเลียนบูลลี่ยังถูกนำเสนอให้เห็น โดยไม่มีขอบเขตตั้งแต่เรื่องเพศ เพศสภาพ ไปจนถึงความพิการ ในสื่อต่าง ๆ โดยเฉพาะละครยอดนิยมหลังข่าว ทั้ง ๆ ที่ในประเทศอื่นเรื่องนี้จะถูกถือว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจอย่างไม่น่าให้อภัย และจะไม่มีใครหัวเราะขบขัน นี่ยังบ่งถึงว่านอกจากจิตใจไม่ปกติเรายังมีปัญหาทางจริยธรรมอีกด้วย ไม่มีประเทศไหนจะตลกสนุกสนานและปล่อยให้มีการทำร้ายจิตใจดูสามัญกระทั่งออกสื่อครึกโครมได้เช่นนี้

และหากมองให้ดีจะเห็นว่ามันไม่ได้เป็นแค่เรื่องสนุกสนานจนเลยเถิดเท่านั้น ยิ่งไม่ได้รับการปรามหรือพูดถึงกว้างขวางในสังคม ยิ่งเห็นประเด็นซับซ้อนที่ต้องไตร่ตรองมากขึ้น

พื้น ๆ ที่สุด…การบูลลี่บ่งบอกถึงความรู้สึกเปราะบางไม่มั่นคงของคน การรู้สึกว่าตนเองกระจอกต้อยต่ำ การที่ประชากรทั้งประเทศชอบด้อยค่ากันเป็นปกติจึงเป็นเรื่องไม่ปกติเอามาก ๆ จะเห็นว่าประชากรในประเทศที่มีรัฐบาลให้ความมั่นคงในชีวิตความเป็นอยู่จะไม่ถูกทำให้รู้สึกเช่นนี้ ไม่หลงใหลการบูลลี่ และกลับกันจะมีความทะนงตนไม่ปล่อยให้ใครบูลลี่เอาง่าย ๆ อย่างคนไทย

ความภาคภูมิในความเป็นมนุษย์ของประชากรคือสาระสำคัญที่สุดที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในประเทศของเราเกี่ยวกับการต้องรัฐสวัสดิการที่ดี

รวมถึงทัศนคติการเลี้ยงดูผิด ๆ หลายครั้งเรายังพบว่าคนแรก ๆ ในชีวิตที่เริ่มบูลลี่คนคนคนหนึ่งคือบุพการีที่เลี้ยงดูเขามา เราไม่มีแนวคิดในเลี้ยงดูเด็ก ๆ ด้วยความเคารพและให้เกียรติ เราเล่นหยอกเด็ก ๆ ของเราด้วยการล้อเลียนกลั่นแกล้งให้เจ็บใจเสียใจ จนร้องไห้ก็จะสุมหัวกันหัวเราะชอบใจกัน เราปฏิบัติต่อเด็ก ๆ เหมือนสัตว์เลี้ยงน่ารัก

นอกจากนี้การบูลลี่ด้อยค่ายังเป็นโฉมหน้าหนึ่งของสังคมที่มีความเหลื่อมล้ำสูง มีลำดับขั้น เมื่อคนถูกด้อยค่าให้รู้สึกตกต่ำก็จะกดคนอื่นต่อเพื่อกอบกู้ความรู้สึก พ่อแม่ถูกนายจ้างบูลลี่มาก็มาบูลลี่ลูกต่อ ครูที่โรงเรียนถูกพ่อแม่เจ้านายบูลลี่มาก็มาปฏิบัติต่อนักเรียนแบบเดียวกัน เราทำร้ายกันเหมือนปกติ ไม่มีใครคิดว่าเรียกออกมาประจานหน้าห้องหรือหน้าเสาธง จับตัดผม ริบของ หรือล้อเลียนรูปร่างหน้าตาไปจนถึงเพศสภาพด้วยความเอ็นดูของครูอาจารย์ที่ทำกับเด็ก ๆ เป็นเรื่องผิด และผิดมากต่อความเป็นมนุษย์ของเขา

เราบูลลี่กันเป็นวัฏจักร …กงกำกงเกวียน จากบ้านไปสู่โรงเรียน ไปสู่ที่ทำงาน สังคม ประเทศ แม้แต่คนเป็นใหญ่เป็นโตในรัฐบาลก็ยังบูลลี่ประชาชนที่เป็นนายจ้างจ่ายภาษีออกสื่อ โดยมีคนดูหัวเราะครึกครื้นขบขันซ้ำเติมทั้งประเทศ   

การบูลลี่ทำร้ายจิตใจกันเป็นปกติโดยไม่รู้สึกผิดของประชาชาติยังแสดงให้เห็นถึงการเป็นสังคมอำนาจนิยมเต็มรูปอีกด้วย  สังคมที่คนสามารถมีอำนาจและขึ้นสู่อำนาจจากการแย่งชิง โดยไม่ต้องพิสูจน์ตัวและความสามารถ หรือพูดง่าย ๆ โดยไม่ได้รับฉันทามติผ่านการคัดเลือกจากคนส่วนใหญ่ แต่ยังได้รับการยกย่อง มีหน้าตาชื่อเสียง มีคนเชิดชูนับหน้าถือตา

วิธีการนี้ไม่ต่างจากการบูลลี่ แม้แต่น้อย

การบูลลี่คือการกดล้มด้อยค่าใครสักคนให้ตกต่ำ นั่นคือการแย่งชิงอำนาจทางสังคมอย่างหนึ่ง แต่เมื่อใครสักคนบูลลี่ใครสักคน แทนที่เขาจะถูกรังเกียจประนาม กับเรียกเสียงหัวเราะสนุกสนานจากคนรอบข้าง เหยื่อที่ถูกบูลลี่จะถูกโดดเดี่ยวและสูญเสียการสนับสนุนจากสังคมทันที โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด เรื่องนี้เลวร้ายเจ็บปวดเท่าการใส่ความให้ร้าย และถูกขับไล่ออกจากกลุ่ม เช่นนี้ที่รัฐประหารนับครั้งไม่ถ้วนที่ผ่านทำลายระบบตรรกะของสังคม ประชาชนถูกสอนให้ยอมรับอำนาจมากกว่าความถูกผิด ถึงขั้นเห็นดีเห็นงามกับการล้มล้างคนที่มาจากฉันทามติ

อำนาจนิยมสร้างทั้งสังคมบูลลี่ ในขณะเดียวกันสังคมบูลลี่ก็โอบอุ้มอำนาจนิยมด้วย

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องหันมาใคร่ครวญเรื่องนี้ให้มาก การบูลลี่ล้อเลียนระดับต่าง ๆ ต้องไม่ถูกถือเป็นเรื่องเล็ก ๆ เล่น ๆ เป็นแค่หยอกล้อที่อาจเลยเถิด …ไม่น่าถือสา และสามารถปฏิบัติทั่วไปในครอบครัว โรงเรียน และสังคมเป็นปกติธรรมดาเช่นที่เป็นอยู่ แต่ต้องถูกถือเป็นเรื่องเลวร้าย ต้องมีการประนาม และกระทั่งเอาผิดและบอยคอตคนชอบบูลลี่

ในสังคมที่มีการบูลลี่เป็นวัฒนธรรมเราจะสามารถมองเห็นอนาคตตกต่ำในทุก ๆ ด้านตามมา ไม่แค่เป็นประเทศที่มีประชากรนิสัยไม่ดีน่ารังเกียจในสายตาชาวโลกอย่างที่เป็นอยู่เท่านั้น แต่ยังจะเป็นประเทศของประชากรไร้สุข ไม่สามารถภาคภูมิกับตัวตนของตัวเอง ฉาบฉวย เฟค มือยาวสาวได้สาวเอา หลอกลวง และกลวง

นี่ต่างหากที่ทำให้การคดโกงคอร์รัปชันระบาดหนัก และจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ