ยังดูการ์ตูนอยู่อีกเหรอ

“ตื่นเช้าสดใสแล้วก็~~~ นอนต่อ”

ประโยคสุดไวรัลของเจ้าไข่ขี้เกียจ กุเดทามะ จากเรื่อง Gudetama: An Eggcellent Adventure ที่ดูจะถูกใจใครหลายคน ในวันที่เตียงนอนดูดเราไม่ให้ลุกไปไหนในยามเช้า 

ท่ามกลางยุคสมัยแห่งกดทับทางสภาพสังคมของประเทศญี่ปุ่นและกำลังแพร่กระจายไปทั่วโลก

กุเดทามะคือตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ที่หมายถึงภาวะหมดสิ้นไฟแห่งฝัน จากการเรียน การสอบ การทำงาน ไปจนถึงการหายใจทุกขณะ และในบริบทเดียวกันคือการตั้งคำถามต่อการหมุนของโลกที่ไวขึ้น ว่าเราย่อส่วนทุกช่วงเวลาในชีวิตไปเพื่ออะไรกัน 

ความสดใสของไข่ดิบแสนน่ารัก แท้จริงแล้วอาจกำลังมอบความหมายที่ใหญ่กว่า เมื่อไข่แต่ละใบ ต่างมีเมนูที่รอถูกปรุงอยู่แตกต่างกัน

ความเป็นตัวเองห่อสาหร่าย

กุเดทามะ เป็นตัวละครจากค่าย Sanrio ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 2003 และสามารถทะยานขึ้นเป็นตัวละครที่ได้รับความนิยมสามอันดับแรกของค่ายในปี 2019 และสาเหตุที่กุเดทามะได้รับความนิยมไม่ใช่แค่เพราะคาแรคเตอร์ที่เชื่องช้าและน่ารักเพียงอย่างเดียว แต่ตัวละครนี้ ราวกับว่ากำลังพูดแทนความในใจของคนในสังคมญี่ปุ่น

กุเดทามะเกิดจากผู้ออกแบบตัวละคร คุณ Amy กำลังทานข้าวตอกไข่(ข้าวสวยและไข่ดิบ) ในขณะที่กำลังมองไข่ดิบอยู่นั้น เธอก็ได้เกิดไอเดียว่าไข่ดิบเหมือนกับคนยุคสมัยนี้ ที่ดูหมดแรง หมดไฟในการใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ ไร้ความฝัน จนเกิดออกมาเป็นตัวละครไข่ขี้เกียจตัวนี้

ความขี้เกียจดังกล่าว ไม่ได้เป็นภาวะไม่อยากทำอะไรหรือแค่อยากนอนเฉย ๆ แต่ท่าทีของกุเดทามะเหมือนกับอาการปลงต่อโลก คล้ายกับว่าเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างเสียไปหมดแล้ว ตั้งแต่เจอกับ ชากิปิโยะ ลูกเจี๊ยบจากไข่แผงเดียวกัน กุเดทามะที่ออกมาไม่สมบูรณ์(เป็นไข่ดิบ) แม้เกิดก่อนไม่ถึงนาทีตามเนื้อเรื่อง แต่ในฉากดังกล่าวกลับให้กุเดทามะเป็นเหมือนลูกคนโตที่พร้อมจะชี้แนะลูกคนเล็กอย่างชากิปิโยะอยู่เสมอ

ชากิปิโยะเป็นลูกเจี๊ยบที่ดูจะเป็นตัวแทนของคนทั่วไปในสังคม เธอเกิดมาพร้อมกับปณิธานในการตามหาแม่ แต่กุเดทามะกลับเรียกชื่อสิ่งนี้ว่า กรอบความคิดสังคม เป็นเหมือนกับที่สังคมบอกให้เราทำและเราก็ต้องทำตาม สำหรับมนุษย์เองแล้วอาจจะมาในชื่อของ ความสำเร็จ เงินทอง หรือความฝัน

ในขณะที่ชากิปิโยะมุ่งมั่นจะหาแม่ เป็นเหมือนภารกิจแรกของชีวิต แต่กุเดทามะกลับไม่สนใจ แถมยังกล่าวซ้ำด้วยว่า แม่ของเธอถูกทำให้เป็นไก่ทอดตามวัฏจักรของสิ่งมีชีวิตอย่างไก่และไข่ไปเรียบร้อยแล้ว กุเดทามะจึงเหมือนจำยอมที่จะเจอกับเรื่องราวอะไรก็ได้และพร้อมที่จะถูกกินบนข้าวสวยร้อน ๆ ราดด้วยโชยุ เพราะรับรู้และนั่นคือสาเหตุในการมีอยู่ของอาหารอย่างตน

ความเหนือของกุเดทามะไม่จบแต่เพียงเท่านั้น! หลังจากรับรู้ว่าบ้านเกิดของตนเองคือครัวร้านซูชิแห่งหนึ่ง กุเดทามะพลัดตกลงไปบนสายพาน บทสนทนาของเหล่าอาหารเมนูไข่ก็ได้เริ่มขึ้น

ในร้านซูชิสายพานแห่งนี้ประกอบไปด้วย ซูชิหน้าไข่กุ้ง ไข่หวาน ไข่ตุ๋น เต้าหู้ พุดดิ้งไข่ ทุกเมนูอาหารต่างมีชีวิตอยู่เพื่อที่จะเป็นที่ถูกเลือกของลูกค้ารายต่อไป แต่เหมือนชีวิตจะไม่ได้เลือกเราทุกครั้ง เหมือนกับซูชิหน้าไข่หวาน ที่การอยู่นานที่สุดไม่ได้หมายถึงความน่าเคารพอาวุโส แต่กลับหมายถึงการถูกเมิน เพราะไม่เป็นที่ต้องการของคนในร้าน

แต่การถูกเลือกก็ไม่ใช่ว่าดีเสมอไป เมื่อการถูกเลือกมากที่สุดคือการที่เราได้รู้ว่า เราเองก็เป็นแค่หนึ่งในหมากของระบบไม่ได้มีค่าอะไรมากไปกว่านั้น พุดดิ้งจำนวนมากกำลังทอดยาวลงสะพาน เหมือนกับซูชิหน้าปลาอื่น ๆ ที่เป็นที่นิยมในร้าน

กุเดทามะต่างออกไป เมื่อผู้คนตั้งคำถามต่อสิ่งรอบข้าง และหวังว่าตัวเองจะเป็นอิสระจากกรอบของสังคม ในขณะเดียวกัน ก็ยังคาดด้วยเข็มขัดสาหร่ายบรรทัดฐานของสังคมบนซูชิหน้าไข่หวานอยู่เสมอ กุเดทามะที่ลื่นไหล ไม่อยู่ในกรอบ แม้กระทั่งในเปลือกไข่ของตัวเอง กลับตั้งคำถามน่าสนใจมากกว่านั้น คือเราจะใส่ใจเรื่องนี้ไปทำไม ในเมื่อเราต่างเป็นแค่ 1 ในล้านเมนูไข่ที่รอวันถูกกินเหมือนกัน

จากเรื่องกล้วย ๆ คงต้องเปลี่ยนเป็นเรื่องไข่ ๆ เพราะดูท่าทุกเรื่องจะง่ายสำหรับกุเดทามะไปเสียอย่างงั้น

ไข่มีวันหมดอายุ

ถึงแม้ในการ์ตูนแก็กของ Sanrio กุเดทามะจะขี้เกียจไปวัน ๆ แต่สำหรับเวอร์ชั่นนี้ ไข่ดิบ มีวันหมดอายุ และไม่ได้มีปัจจัยเร่งแค่อุณหภูมิห้องเพียงอย่างเดียว

อย่างที่ได้บอกไปว่า กุเดทามะเป็นเหมือนภาพแทนของคนสมัยใหม่ในสังคมญี่ปุ่น เพราะภาพสะท้อนที่ออกมาเป็นความเชื่องช้า ความขี้เกียจ คือการต่อต้านกับค่านิยมและบริบททางสังคมที่กดทับพวกเขามาโดยตลอด

ปัจจุบัน คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่มีอีกชื่อเรียกว่า Satori Generation (さとり世代) ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วในหลายประเทศทั่วโลก นิยามสั้น ๆ คือพวกเขาไม่ได้ต้องการประสบความสำเร็จแบบคนรุ่นก่อน ไม่ได้อยากรวย แค่พยายามหาความสงบสุขให้ตัวเอง

วงจรนี้เริ่มตั้งแต่พวกเขายังเป็นเด็ก ภายใต้กรอบสังคมชายเป็นใหญ่ที่ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้แสดงความอ่อนแอ การเรียนหนังสือเพื่อที่จะไปถึงเป้าหมายสูงสุดของเด็กทั่วประเทศที่ผู้ใหญ่กรอกหูอย่างการสอบ Todai (東大) การสอบเข้ามหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยเบอร์หนึ่งของประเทศ เมื่อจำนวนประชากรหลายสิบล้าน แต่ที่นั่งในชั้นเรียนมีเพียงหลักพัน ไม่พ้นที่หลาย ๆ คนต้องผิดหวัง ซ้ำร้ายคือช่วงชีวิตวัยรุ่นของพวกเขาต่างอุทิศเพื่อความฝันผู้ใหญ่ไปหมดแล้ว

ผลพวงจากการที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นชะลอการเติบโต จนคนรุ่นใหม่มองไม่เห็นว่าพวกเขามีโอกาสที่จะเติบโตได้ ประกอบกับส่วนหนึ่งคือความกดดันของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น ทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ตอบโจทย์กับชีวิตที่อยากมี หรือหากใครที่ต้องการที่จะทำงาน กลับจะเลือกทิศทางที่หาบริษัทที่มั่นคงและทำไปจนเกษียณ เพราะการหางานใหม่จะกลายเป็นความเสี่ยงและทวีคูณด้วยอายุที่มากขึ้น

ส่งผลให้มีคนรุ่นใหม่จำนวนมากเลือกที่จะจบชีวิตจากความผิดหวังทางการเรียน ภาระงานและแรงกดทับจากค่านิยมของสังคมที่บีบรัดพวกเขามากเกินไป ไปจนถึงการเพิ่มตัวเลขของภาวะHikikomori (引き籠もり) หรือการเก็บตัว ไม่พบเจอสังคมของคนในญี่ปุ่น เพราะการเข้าสังคมอาจเป็นการทิ่มแทงตัวตนของพวกเขา

กุเดทามะและชากิปิโยะ ถูกโยนเข้าสู่กระเป๋าเสื้อของนายกรัฐมนตรีของประเทศญี่ปุ่น หลังจากที่นายกฯ พบกับไก่และไข่ที่พูดได้ ก็ทึกทักเอาเองว่า เป็นเพราะเขาเหนื่อยเกินไป จนได้เห็นภาพหลอนเหล่านี้

นายกรัฐมนตรีกำลังอยู่ในช่วงขาลงของประชานิยม การออกสื่อที่เหนื่อยหน่ายและผู้ประท้วงจำนวนมาก ไม่ได้ต่างจากชีวิตคนอื่น ๆ ที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน มันอาจจะมีบางวันที่ยากอยู่เสมอ แต่บางวันที่ว่าอาจกินเวลาเป็นเดือน เป็นปี

ไข่ที่หมดอายุไม่สามารถกินได้ คนเราก็เช่นกัน คนที่หมดอายุไม่ใช่การตายจาก แต่เป็นการหมดไฟ หมดกำลังใจในการใช้ชีวิต การตายทั้งเป็นจากความฝันตัวเองจนลบคุณค่าในตัวจนหมด อาจเป็นไข่ที่กำลังเน่าบูดและส่งกลิ่นเหม็นไปถึงคนรอบข้าง รวมถึงตัวเองด้วยเช่นกัน

ปลายทางสุดท้ายที่นายกรัฐมนตรีได้เรียนรู้จากกุเดทามะ คือการที่เขาจะใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเองและหาตัวเองให้เจอว่าแท้จริงแล้ว ตัวเขาเองจะกลายเป็นเมนูไข่อะไร เพราะถึงน่าอร่อยขนาดไหน แต่หากนำไปปรุงผิดวิธี ท้ายที่สุดจานนั้นก็ไม่พ้นต้องเขี่ยทิ้งและกลายเป็นเมนูที่ถูกเมิน

คุณค่าของบางสิ่งถูกตัดสินด้วยอะไร?

คุณค่าของนายกรัฐมนตรีถูกตัดสินด้วยประชาชนไงเล่า

แต่คุณค่าของคุณ ไม่ใช่ตัวเองหรือที่ควรเป็นคนตัดสิน

ถ้านั่นคือวิธีการหมดอายุของคน สำหรับไข่ก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นเจ้ากุเรทามะ ไข่นักเลงเมาโชยุ อาการของไข่ที่หมดอายุไปแล้วไม่ต่างจากคนเราที่เสียผู้เสียคน กลายเป็นนักเลง มีนิสัยไม่ดี ชอบหาเรื่องคนอื่น

กุเรทามะเองก็เคยเป็นไข่แสนสวยที่กำลังจะถูกกิน เป็นที่ต้องการของคู่รักคู่หนึ่ง ทว่า ฝ่ายชายกลับจำชื่อฝ่ายหญิงผิด รถไฟดันชนรางและกลายเป็นว่าจากอาหารจานโปรดกลายเป็นอาหารจานเก่า ที่ถูกทิ้งให้ลืมและกลายเป็นไข่เจ้าปัญหาที่คอยหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว

ถึงจะมียายืดอายุอย่าง สารกันชื้นของแก็งมาเฟียไข่ในโลกใต้ดิน แต่นั่นกลับไม่ใช่ทางออก ไข่ที่ดีต่างมีวิธีถนอมอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการดองเกลือ การดองโชยุ การเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ไข่ที่ดีมีช่วงเวลาในการกินที่เหมาะสมของแต่ละเมนู การมีชีวิตยาวนานกว่าที่ควร อาจดูเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ แต่กลับกัน ไข่เหล่านี้กลับเสียตัวตนของตัวเองไปเสียหมด

เพราะไข่แต่ละใบต่างเกิดมาเพื่อสิ่งคล้ายกัน คือการกลายเป็นที่ต้องการและถูกกินต่างหาก

ความหมายในการมีอยู่ของไข่ดิบ ลูกเจี๊ยบ และชีวิต

“นายหน่ะ ไม่มีความทะเยอทะยานหรือความฝันเลยเหรอ”

ประโยคชวนจั๊กจี้หัวใจหรือไม่ก็ทุบหลังเราอย่างแรงปรากฎตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่แน่ใจว่าชากิปิโยะถามกุเดทามะ หรือกำลังถามเราที่นั่งอยู่หน้าจอตอนตี 2 กันแน่

เมื่อเนื้อเรื่องดำเนินมาถึงตอนท้าย แต่บทสนทนาแรก ๆ ของเรื่องกลับผุดขึ้นมาในหัว คล้ายกับว่าประโยคที่ดูตลกร้าย แท้จริงแล้วกำลังนั่งจ้องตาใส หวังคำตอบที่จริงใจจากตัวเราว่า ‘นายเองก็คิดเหมือนกันสินะ ว่าเราจำเป็นต้องมีความทะเยอะทะยานหรือความฝันจริง ๆ หรือ?’

ถึงการเดินทางกับชากิปิโยะเพื่อไปหาแม่จะสนุกแค่ไหน แต่กุเดทามะรู้อยู่แก่ใจ ว่าเป้าหมายที่เขามีแตกต่างจากชากิปิโยะ คือเขาอยากถูกกินในฐานะเมนูไข่ดิบ

แม้ระยะเวลาที่ได้ใช้ร่วมกับชากิปิโยะจะทำให้กุเดทามะได้เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่าง มากกว่าการปลงตั้งแต่แรกเกิด แต่ทุกหนังสนุกทุกเรื่องต่างต้องมีตอนจบเป็นของตัวเอง

ชากิปิโยะคือเด็กที่ยังค้นหาเป้าหมายสุดท้ายของตัวเองไม่เจอ ไม่ใช่เพราะเธออายุน้อย แต่สักวันลูกเจี๊ยบตัวนี้จะกลายเป็นแม่ไก่ เท่ากับว่าจุดหมายปลายทางของเธอยังไปได้อีกไกล เธออาจจะกลายเป็นแม่ไก่ที่ให้ไข่ หรือจะกลายเป็นแม่ไก่ที่ออกเดินทางหาเป้าหมายใหม่ได้อยู่เสมอ

และแน่นอน เธอยังคงเป็นคนทั่วไปในสังคม ที่อาจกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวยเงินทองและความฝันก็เป็นได้

กลับกัน กุเดทามะที่เคยเกือบเน่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ไข่ดิบไม่สามารถกลายเป็นอะไรต่อได้ เป้าหมายของเขาคือการถูกกินในฐานะที่เขาเป็นมาตลอด คือไข่ดิบ

รสหวาน มัน หอม สัมผัสละมุนนุ่มนวล เค็มนิด ๆ จากโชยุคือพื้นฐานความอร่อยของเมนูข้าวตอกไข่ที่คนญี่ปุ่นอธิบายไว้ หัวใจของเมนูนี้จึงอยู่ที่ความสดใหม่และคุณภาพของไข่ไก่ที่ต้องได้มาตรฐาน ตั้งแต่กระบวนการเลี้ยงไก่ อาหารไก่ และสถานที่เลี้ยงไก่ล้วนส่งผลต่อรสชาติและคุณภาพ

อาจกล่าวได้ว่า การได้มีอยู่เพื่อการได้เป็นข้าวตอกไข่ของกุเดทามะ คือการการันตีว่าตัวเขาไม่ได้เน่าเสีย และยังมีคุณค่า ทั้งจากตัวเองมอบให้และใครสักคนเลือกมัน

ถึงแม้ความเข้มข้นในอารมณ์ของกุเดทามะใน Netflix จะเข้มข้นกว่าแบบฉบับการ์ตูนก็ตาม สาเหตุเป็นได้ทั้งภาพเคลื่อนไหวที่สื่ออารมณ์ได้มากกว่าการ์ตูนแก็ก เช่นเดียวกับตัวละครอื่น ๆ ในเรื่อง ทั้งนายกรัฐมนตรี พนักงานร้านซูชิ หรือหัวหน้าแก็งมาเฟียไข่ออมเล็ต ต่างก็เป็นใครสักคนที่เราอาจรู้จักมักจี่เป็นอย่างดี หรือเป็นเพราะตัวเราที่เติบโตขึ้น และกำลังตั้งคำถามต่อโลกที่หมุนไวเหมือนกัน

ความขี้เกียจแบบฉบับของกุเดทามะอาจจำเป็น ไม่แพ้ความขยันแบบมนุษย์ทุนนิยม เมื่อเรากำลังมองแต่สิ่งรอบข้าง จนลืมมองว่าเรากำลังไปที่ไหน และเราเป็นใคร

เพราะต่อให้ผลสำรวจจะบอกว่า
ไข่ออมเล็ตแบบฝรั่งเศสคือเมนูไข่ที่ดีที่สุดในโลก 

แต่มันจะสำคัญอะไร ในเมื่อไข่เจียวอมน้ำมันฟูกรอบ
คือเมนูไข่ที่อร่อยที่สุดสำหรับคุณอยู่ดี

ภาพประกอบจาก Gudetama: An Eggcellent Adventure(Netflix)

อ้างอิง

krua.co