The Passenger

โรสนี นูรฟารีดา




พายุลูกที่สองพัดมาเมื่อต้นเดือนตุลาคม

ข่าวพยากรณ์อากาศผิดพลาดไปสองสามวัน
สัญญาณเตือนบางอย่างลอยมากับลมมรสุม
เมฆฝนบางชนิดก่อตัวช้าๆ ทะมึนมืดฟ้ามัวดิน
แต่ก่อนที่มันจะโหมกระหน่ำทำลาย
ฤดูมรสุมอื่นนอกเหนือคำทำนายก็เริ่มต้น

ขณะเดินลอดอุโมงค์สามย่านมิตรทาวน์สู่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
ใจกลางกรุงเทพฯ อึดอัดกลัดแน่นด้วยความโกรธ
เหนือพื้นดินขึ้นไปรถราที่วิ่งกันขวักไขว่ล้วนโดนฝนกระหน่ำ
ใต้พื้นที่กำลังเหยียบยืนก็มีรถไฟฟ้าเคลื่อนขบวนสู่สถานี
ถนนสายหลักพาดผ่านด้านบนน้ำเจิ่งนอง
ผู้คนสัญจรภายใต้พายุ




ฝนตกหนักพัดภาพประวัติศาสตร์ไหลลงท่อ

ไปอุดตันรวมกับขยะพลาสติก
มวลน้ำระบายช้า
เช่นเดียวกับความรู้สึก
จุกแน่นในอก

เรื่องราวของอุโมงค์ยักษ์ที่ไม่เคยได้ใช้ก็เรื่องหนึ่ง
เรื่องราวของคนผู้นอนตากฝนริมทางก็อีกเรื่อง

หลังลอดอุโมงค์มิติใหญ่โตโอ่อ่า
หนึ่งสถานีต่อไป
โผล่พ้นจากบันไดเลื่อนเพียงไม่กี่ก้าว
คนไร้บ้านจำนวนหนึ่งเบียดหลบใต้ชายคาสถานีรถไฟฟ้า
อีกหลายคนปักหลักใต้ร่มเก่าผุข้างนอก
พวกเขาย้ายมาจากสนามหลวงหรือเปล่า
ย้ายมาจากต้นมะขาม
หรือย้ายมาจากที่ไหน

มาปักหลักรอรับอาหารแจกฟรีวันละมื้อ
มาตากฝนต้นฤดูรอบางมือยื่นไปหา
มาตากฝุ่นรอการกดชัตเตอร์จากสมาร์ทโฟน
รอการโพสต์ในโซเชียลมีเดีย
รอนักวิจัยสักคนมาสัมภาษณ์
รอพายุลูกที่สามซึ่งกำลังก่อตัวในทะเลจีนใต้
หรือรอคอยการเลือกตั้งสมัยหน้า

สายตาเหล่านั้นจ้องกลับและมีคำตอบ
คนผ่านไปมาต่างหากที่คอยหลบตา
เพราะปราศจากคำถาม
แม้กระทั่งต่อภาพที่กำลังฉายชัดอยู่ตรงหน้า




สายฝนพัดกงล้อของประวัติศาสตร์กลับมาด้วย

ภาพข่าวคุ้นตาปรากฏแจ่มชัด
ดวงตาของเราหรือดวงตาของใครวับวาวอยู่ในหน้าจอทีวี
เป็นประวัติศาสตร์อีกหน้าของเดือนตุลา
สบตากันผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน
สวมชุดกันฝนไปผจญมรสุม
ฝ่าความหนาวเหน็บ
มุ่งหน้าสู่ดวงตาพายุ



มรสุมจากทะเลจีนใต้เพิ่งผ่านพ้น

แต่พายุฝนสีฟ้ายังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
มันโหมกระหน่ำ
ขู่กรรโชกผู้คนบนท้องถนนจนเหน็บหนาว
คนจำนวนหนึ่งหนาวน้ำฝน
คนอีกจำนวนหนึ่งหนาวน้ำตา
ชูนิ้วขึ้นฟ้าแต่อาจจะไม่ถูกนับ
ใครหนาวกว่าใคร