พ่อแม่ และรัฐสวัสดิการ - Decode
Reading Time: < 1 minute

ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

คนเป็นพ่อเป็นแม่มักชอบชอบพูดว่า ’หมดห่วง’ เมื่อลูกเรียนจบหรือแต่งงานมีครอบครัวออกไป ทั้ง ๆ ที่เราไม่ได้จะสามารถจะหมดความห่วงได้จริง ๆ ด้วยซ้ำ ความกังวลต่ออนาคตของลูกหลานจะยังคงอยู่กับเราไปตราบจนตายเน่าดินกลบหน้า…ในประเทศที่รัฐสวัสดิการต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนเรียกได้ว่าแทบไม่มีเช่นนี้

แล้วเราห่วงอะไรกันนักกันหนา…นับแต่วันที่ลูกเกิดเราห่วงว่าเขาจะหิว จะถูกยุงกัด จะเนื้อตัวสกปรก จะตกน้ำตาย ทำตัวเองหาย เล่นปลั๊กไฟ เราห่วงเขาจะเป็นอันตราย เจ็บปวด ไม่สบายป่วยไข้ และทั้งหมดเราก็ห่วงกังวลอยู่อย่างเดียวเท่านั้นตามจริง

เราห่วงว่าเขาจะไม่มีชีวิตที่ดี

แล้วเราก็เททุ่มดูแลลูก ๆ อย่างดีที่สุดเท่าที่คนสองคนพ่อกับแม่จะทำได้ โดยลืมไปว่าชีวิตไร้สุขหรือคุณภาพชีวิตตกต่ำลำบากยากจนไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล ที่คนตัวเล็ก ๆ อย่างเรา ๆ ในสังคมจะสามารถควบคุมได้

พ่อแม่จำนวนมากต้องทุ่มเทจ่ายให้กับการศึกษาของลูกซึ่งเป็นความหวังสุดท้ายของการมีชีวิตที่ดีเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้…หลายครอบครัวถึงขนาดสิ้นเนื้อประดาตัว พ่อแม่ส่วนใหญ่ไร้เงินเก็บสะสมไว้ใช้เพื่อตัวเองในวัยชรา ไม่เหลือหลักประกันว่าจะมีชีวิตบั้นปลายที่มีคุณภาพ และแน่นอนต้องกลายมาเป็นภาระให้ลูก ๆ ต้องจ่ายส่วนที่ควรมีไว้สร้างเนื้อสร้างตัวกลับมาเลี้ยงดูพ่อแม่อีกคำรบ

แต่ที่เลวร้ายที่สุดคือ ไม่ใช่ทุกครอบครัวที่ทำได้ ต่อให้ทุ่มสุดตัวก็ยังไม่สามารถซื้อหาการศึกษาที่ดีให้กับลูกได้ การศึกษาแค่พื้นฐานคุณภาพไม่โดดเด่นก็มีราคาแพงเกินไปแล้วเมื่อเทียบกับรายได้ของคนส่วนใหญ่

ถึงกระนั้น การจบศึกษาทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันการมีชีวิตที่ดีได้แต่อย่างใดอยู่ดี ยิ่งในยุคสมัยอันฝืดเคือง…การจบศึกษาไม่กระทั่งสามารถรับประกันการมีงานทำได้ด้วยซ้ำ ยังไม่ต้องพูดไกลไปถึงว่าหากหางานได้จะได้งานที่มีเงินเดือนพอเลี้ยงตัวไม่ต้องกระเหม็ดกระแหม่ หรือเป็นงานมั่นคง หรือเป็นงานที่สามารถเติบโตมีความก้าวหน้า หรือช่วยให้สามารถกลายมาเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดในการสร้างชีวิตที่ดีได้ และโอกาสก็ถูกปิดตายลงไปทุกที ๆ

เช่นเดียวกัน การจบการศึกษาสูง ๆ ก็ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าลูกจะมีคู่ที่ดีหรือร่ำรวยพอที่จะดูแลกันอยู่ด้วยกันอย่างสบาย การมีคู่นอกจากไม่ใช่หลักประกันของการมีชีวิตที่ดี กลับกัน…ยังอาจทำให้ชีวิตยากลำบากหนักขึ้น จากลำบากหนึ่งคนดับเบิ้ลเป็นลำบากสอง หรือสามสี่เมื่อมีลูก

เราทุกคนต้องการมีชีวิตที่ดี เราทำงานหนัก เราไม่กินไม่ใช้ เราทุ่มเททุกอย่างที่มีให้กับสิ่งที่เราเชื่อว่าจะสนับสนุนการมีชีวิตที่ดี รวมทั้งจ่ายภาษี โดยแทบไม่เคยมีเวลาทำความเข้าใจว่าแท้จริงแล้วชีวิตที่ดีคืออะไร ไม่เคยกระทั่งมีเวลาเงยหน้าขึ้นมองว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา ทำไม ’ชีวิตที่ดี’ ที่ใฝ่ฝันนั้นถึงห่างไกลออกไปทุกที ทำไมเราถึงไม่สามารถ ’หมดห่วง’ หรือกระทั่ง ’ตายตาหลับ’ ได้จริง ๆ อย่างที่เราพร่ำหลอกตัวเองเอาไว้

เรามองข้ามแก่นสารที่สำคัญที่สุดของชีวิตที่ดีไป ชีวิตที่ดีต้องเริ่มต้นจากคุณภาพพื้นฐานของชีวิตที่ดี และไม่แต่แค่นั้นคุณภาพพื้นฐานที่ดีที่ว่ายังจำเป็นด้วยว่าจะต้องเป็นของประชากรทุกคนทั้งสังคมร่วมกันอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีด้วย หมายความง่าย ๆ ว่ามันเป็นไปไม่ได้…ที่เราจะสามารถมีชีวิตที่ดีได้ในท่ามกลางคุณภาพชีวิตโดยรวมของประชาชาติที่ไม่ดี เพราะทั้งหมดทั้งปวงที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้คือเรื่องของการสามารถเข้าถึงทรัพยากร…อย่างเท่าเทียมและยุติธรรม

ไม่ว่าจะเป็นที่ทำกิน การศึกษา การงาน โอกาส ทุนรอน มันคือเรื่องของการบริหารจัดการไม่ให้เกิดการกระจุกตัว ทั้งธุรกิจ เศรษฐกิจ ตำแหน่งงาน สาธารณูปโภค น้ำ ไฟ ไปจนถึงถนนหนทางสัญจร มันเป็นเรื่องของการจัดสรรความเจริญในทุก ๆ ด้านให้กับเมืองหลวงและภูมิภาค เมืองและชนบทอย่างทั่วถึง มันคือเรื่องของ ‘ความเป็นไปได้’ ที่ต้องเป็นของคนทุกคน

คือเรื่องของการบริหารจัดการประเทศโดยตรง คือหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง ไม่ใช่เรื่องของปัจเจกบุคคล

ยิ่งกว่านั้น ในยุคสมัยใหม่ สิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจก็คือความเหลื่อมล้ำหรือการกระจุกตัวจะเกิดขึ้นไม่ได้หรอกโดยตัวของมันเอง…มันไม่ต้องการอำนาจรัฐสนับสนุนเกื้อหนุนให้เกิด การเป็นแชมป์ประเทศเหลื่อมล้ำที่สุดในโลกของเราเป็นเรื่องผิดปกติวิปลาสมาก ๆ

เรื่องสำคัญที่สุดอีกเรื่องที่เรามองข้ามไป และไม่ค่อยมีใครพูดถึง ชีวิตที่ดีไม่เพียงแต่ยึดโยงกับสิ่งพื้นฐานที่สุดในการมีชีวิตอยู่ของมนุษย์ อาหาร ที่อยู่ เสื้อผ้า การรักษาพยาบาล ปัจจัยสี่ที่เราเรียนกันมาตั้งแต่ป.สามเท่านั้น เราไม่ใช่ปศุสัตว์ ดังนั้นชีวิตที่ดียังจำต้องยึดโยงกับความเป็นมนุษย์ของเราด้วย

พูดง่าย ๆ…ชีวิตที่ดีคือชีวิตมีความหลงใหลใฝ่ฝัน มีทางเลือก มีความสนุกสนานไม่น่าเบื่อหน่าย มีแรงบันดาลใจ และความหวัง ไม่ใช่แค่บากบั่นเรียน จบมาบากบั่นทำงาน มีงานทำก็บากบั่นตามหาความรัก แต่งงาน บากบั่นผลิตลูก บากบั่นเลี้ยงดูหลาน และตายจาก

และนี่เองที่ทำให้รัฐสวัสดิการนิด ๆ หน่อย ๆ ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่พอ และรัฐบาลประเทศอารยะทุ่มเทให้ความสำคัญอย่างมากกับการผลักดันรัฐสวัสดิการแบบสมบูรณ์เต็มรูป รัฐสวัสดิการที่ดีพอต้องตอบสนองเติมเต็มความเป็นมนุษย์ของเราด้วย

คนทุกคนต้องเข้าถึงความรู้ สามารถศึกษาในสิ่งที่ชอบและต้องการ พัฒนาตนและเติบโตขึ้นเป็นคนแบบที่ต้องการเป็น มีชีวิตแบบที่ต้องการใช้ แน่นอนคนต้องการเวลาไม่เท่ากัน ประชากรต้องสามารถเลือกเรียนได้เมื่อพร้อมและรู้ว่าอยากเรียนอะไร และทำได้ในทุกช่วงของอายุไม่จำกัด หรือหากเลือกผิดไปก็สามารถเลือกใหม่ได้อีก และรัฐก็ต้องดูแลเศรษฐกิจและธุรกิจไม่ให้กระจุกตัว สร้างงาน สร้างตำแหน่งงานรองรับ ส่งเสริมงานทุก ๆ อาชีพ เพื่อให้ประชากรสามารถทำงานและมีชีวิตในแบบที่ตนต้องการและถนัด มีโอกาสได้ค้นหาผลเลิศของศักยภาพและพัฒนาทักษะ

นอกจากดูแลความเจริญด้านต่าง ๆ ให้เท่าเทียมทั้งประเทศ รัฐบาลจำเป็นต้องรับผิดชอบดูแลคนแก่ชราและคนด้อยโอกาสในสังคม ไม่ใช่เปล่อยให้เป็นภาระลูกหลานญาติโยม ไม่ใช่แค่เพื่อให้ประชากรทุกคนมีบั้นปลายคุณภาพกับมีชีวิตอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีในทุกช่วงชีวิตเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คนในวัยทำงานสามารถเติมเต็มความฝันและไขว่คว้าหาความเป็นไปได้ของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไมใช่เพราะรัฐบาลเขาเป็นคนดีมีเมตตามากกว่าเรา แต่ฉลาดกว่า ฉลาดกว่ามาก

เขารู้ดีว่าความมีสติปัญญาความรู้ของประชากรคือศักยภาพที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้า…ได้อย่างประสิทธิภาพและอย่างยั่งยืนที่สุด เขารู้ดีว่าประชากรคุณภาพคือความมั่งคั่งของประเทศ คนคุณภาพจะสร้างเศรษฐกิจที่ฉลาด ช่วยให้รัฐบาลมีเม็ดเงินภาษีกลับมาบริหารประเทศ มันคือการลงทุน มันคือการมองเห็นคุณค่าทรัพยากรที่มีราคาแพงที่สุดในโลก…มนุษย์ นี่ยังไม่พูดถึงการลงทุนด้านศิลปวัฒนธรรมที่มีมูลค่ามหาศาล ขณะเดียวกันก็สร้างเสริมความมั่นคงทางใจให้ประชากรด้วย

รัฐสวัสดิการเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์ และน่าเศร้าที่พ่อแม่ของเรามองข้ามเรื่องนี้ไป เราจำเป็นต้องถกเถียงและเรียกร้องมากกว่านี้ แทนที่จะมาเรียกร้องลูกหลานเราให้เรียนบ้าคลั่ง จบมาทำงานอะไรก็ไม่รู้

มีชีวิตอยู่เหมือนปศุสัตว์ที่เอาชีวิตรอดไปวัน ๆ …รอวันตาย พ่อแม่ต้องเรียกร้องมากกว่านี้ ไม่ใช่แค่ในฐานะประชากร แต่ในฐานะผู้ซึ่งนำคนคนหนึ่งมาสู่โลก เราต้องเป็นคนเรียกร้องชีวิตที่ดีให้เขา เราต้องศึกษาทำความเข้าใจว่าอะไรทำให้ชีวิตเป็นชีวิตที่ดีได้ และทำให้มันเกิดขึ้น

เราถึงจะหมดห่วงลูกหลานตายตาหลับได้อย่างแท้จริง

Thailand Talks พื้นที่พูดคุยสำหรับคนแปลกหน้าที่มีความเห็นแตกต่างกัน

เปิดลงทะเบียนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม – 14 กันยายน 2565