ประเทศเต็มไปด้วยคำตอบอันปราศจากคำถาม

วีรพร นิติประภา

เรื่องหนึ่งที่คนไม่ค่อยพูดถึง เกี่ยวกับการทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยแล้วสมัยเล่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คือการเป็นรัฐบาลที่ไม่เคยมีการวางแผน ไม่มีการระดมความคิดรอบด้าน ไม่มีขบวนการเรียนรู้และสรุปบทเรียน ผลที่ตามมาคือไม่มีความสามารถปรับเปลี่ยน และแก้ไขปัญหาใด ๆ

กระนั้นก็ยังคงดันทุรังทำแบบเดิมไม่เลิกรา

เป็นเรื่องน่าประหลาดใจมาก ที่การบริหารประเทศอันเต็มไปด้วยปัญหา ทั้งเรื้อรังและฉับพลัน ในห้วงยามยากลำบากที่สุดโดยเฉพาะตอนนี้ที่มีทั้งโรคระบาด น้ำท่วม และเศรษฐกิจตกต่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งก็เป็นผลมาจากการบริหารผิดพลาดซ้ำ ๆ ต่อ ๆ กันนานหลายปี ทุกอย่างยังถูกทำแบบเดิมซ้ำ ๆ ทั้ง ๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้น รังแต่จะยิ่งแย่ลงไปอีก

เอาแค่เรื่องโรคระบาดก่อน การรับมือกับโควิดที่ระบาดมาร่วมสองปีแล้วของรัฐบาล ยังเป็นไปอย่างเละเทะไร้ระบบ…เหมือนเคย ยังคงใช้อำนาจปิดเปิดประเทศ โดยไม่มีขั้นตอนและมาตรการรองรับ ไม่มีนโยบายช่วยเหลือประคับประคองผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบหนัก ผลที่ได้ ไม่ได้มีแต่เพียงจำนวนผู้ตกงานสูง แต่ยังรวมไปถึงการเลิกเจ๊งสาบสูญของห้างร้านและกิจการต่าง ๆ โดยเฉพาะกิจการขนาดเล็กที่มีสายป่านยาวไม่พอแต่ต้น

ที่น่าตกใจคือในระหว่างล็อกดาวน์ราคาแพงแสนแพง ที่ประชาชนตาดำ ๆ ต้องจ่ายด้วยอิสรภาพและความอดอยากนั้น ก็ไม่ได้มีการเร่งระดมตรวจเชื้อให้ได้ทั่วถึงมีปริมาณมากพอ กว่าจะแก้ปัญหาด้วยการให้นำเข้าชุดตรวจซึ่งก็ยากแก่การเข้าใจว่า ทำไมถึงนำเข้ายากเย็นนัก ชุดตรวจที่รัฐบาลสั่งมายังด้อยประสิทธิภาพ ให้ผลผิดเพี้ยน ทั้งไม่มีคำสั่งระงับใช้เปลี่ยนให้ใหม่ มิต้องพูดถึงว่าเหตุใดถึงให้นำเข้าได้แค่ยี่ห้อเดียว

การรับส่งผู้ป่วย ความช่วยเหลือเฉพาะหน้าต่าง ๆ ยังคงพึ่งพาอาสาสมัครและเงินบริจาค ไม่ว่าจะระบาดระลอกที่หนึ่งหรือสองหรือสามหรือสี่

วัคซีนที่มีก็ขาดแคลนให้ต้องแก่งแย่งกันฉีดตลอดเวลา นำเข้าก็มุ่งซื้อเอาแต่ที่ไม่มีคุณภาพ ภูมิไม่ขึ้นก็ยังให้ฉีดทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จะฉีดไปกันเพื่ออะไร มิหนำซ้ำยังมามีสูตรไขว้วิปลาสของวัคซีนเชื้อตายแบบต่าง ๆ ที่ไม่มีใครรับรองผลออกมาไม่ขาดสาย ไม่รับฟังความเห็นจากองค์กรอนามัยโลก ที่มีทั้งผลวิจัยและผลการใช้จริงของวัคซีนเป็นร้อย ๆ ล้านตัวอย่างจากทั้งโลกอยู่ในมือ ดูเหมือนจะดีขึ้นเรื่องการจ่ายยาต้านเชื้อที่เร็วขึ้น หลังจากปล่อยล่าช้าจนคนจำนวนมากถูกคร่าชีวิต ไป ทั้งที่สามารถป้องกันได้มากกว่านี้

แน่นอน ยังคงไม่มีวัคซีนคุณภาพอย่าง mRNA ให้ประชาชนได้ฉีดกันได้ทั่วถึง

และนอกจากไม่เพิ่มระดมการตรวจเชิงรุก การจัดตรวจยังน้อยลงไปเรื่อย ๆ และยังคงแจกจ่ายชุดตรวจคุณภาพต่ำที่ให้ผลคลาดเคลื่อน โรงเรียนยังคงเปิดสอนไม่ได้ ยังคงมีพรก.ฉุกเฉินและเคอร์ฟิว ยอดระบาดยังไม่ลดและยังพบคลัสเตอร์ใหญ่ ๆ ตลอดเวลา ไม่มีการเพิ่มโรงพยาบาลสนามรอ

ด้านความขัดแย้งทางการเมืองก็ยังคงเหมือนเดิม ยังคงใช้ความรุนแรงตอบโต้ประชาชนที่ออกมาประท้วงรวมตัวกัน กับจับแกนนำ ทำอย่างนี้มาเป็นปีทั้ง ๆ ที่ไม่มีผล คนยังคงออกมาม็อบและตอนนี้ก็ไม่เหลือแกนนำให้เจรจาแล้ว กรณีปะทะรายวันที่ดินแดงก็เป็นเรื่องแปลกและเข้าใจได้ยากมาก ปฐมบทคือกั้นถนนไม่ให้ม็อบเยาวชนไปบ้านนายกฯ และมีการปะทะครั้งแรก แต่หลังจากนั้นรัฐบาลก็ยังคงส่งคุมฝูงชนไปรอมวลชนมาปะทะทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้มีท่าทีจะไปบ้านนายกฯอีกต่อไปแล้ว จนเริ่มสงสัยว่าจะไปรอมวลชนทำไมทุกเย็น ถ้าคฝ.ไม่ไปเขาก็ไม่ออกมาหาเพื่อนเล่น แต่ทุก ๆ บ่ายสามสี่โมงคฝ. ก็จะไปตั้งแถวรอม็อบแล้ว แค่คฝ.ไม่ไปรอเขาก็ไม่มากัน

เรื่องมันก็ง่าย ๆ แค่นั้นทำไมไม่คิด ทำไมไม่ลองปรับเปลี่ยนวิธีการ

น้ำท่วมก็ท่วมแบบที่ท่วมมาตลอด เห็น ๆ ว่ามาจากการกักปล่อย บริหารอย่างไร้ทิศทาง มิหนำซ้ำยังไม่มีหน่วยงานรัฐบาลไปช่วยเหลือขนย้ายข้าวของผู้คน จัดหาสิ่งจำเป็นประทังชีพ ปล่อยให้อาสาสมัครดิ้นรนกันเอง ไม่ก็ปล่อยคนจมน้ำตายไปเฉย ๆ ยิ่งกทม.ซึ่งเรียกกันหรูหราว่าพื้นที่เศรษฐกิจยิ่งแล้ว ผู้ว่าแค่ออกมาบอกอย่าเรียกน้ำท่วมให้เรียกน้ำมาก โดยไม่มีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่อย่างที่ทำกันมาเป็นปกติทุกสมัยด้วยซ้ำ ก่อนน้ำมาก็ไม่มีการเก็บขยะ ลอกท่อ น้ำมาก็ไม่มีออกตรวจสภาพเยี่ยมเยียนให้ความช่วยเหลือใด ๆ เหมือนมีหน้าที่เข้ามาเซ็นผ่านโครงการมหึมาต่าง ๆ เท่านั้นเอง ไม่ได้เข้ามาทำงานเพื่อประชาชน รถไฟฟ้ายังปล่อยให้ขึ้นราคาตามอำเภอใจ

เศรษฐกิจตกต่ำก็ไม่มีมาตรการกระตุ้นอะไรออกมา นอกจากเว้าวอนรอคอยนักท่องเที่ยวอยู่ถ่ายเดียว ทั้ง ๆ ที่โลกทั้งโลกเพิ่งผ่านโรคระบาดบอบช้ำมาด้วยกัน พูดง่าย ๆ คือมีโอกาสไม่มากนักที่จะได้รายได้เป็นกอบเป็นกำ ยิ่งภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์บริการกันเละเทะนำมาปานนั้น โรงแรมก็ปิด ปางช้างก็เลิกกิจการ เมืองก็ร้าง ร้านรวงก็เจ๊งหายปล่อยให้ทุนใหญ่ผูกขาด รุกกลืนพื้นที่การค้าจากประชาชนที่ประสบปัญหาล่มหาย จะเอาที่ที่ไหนให้คนมาท่องเที่ยว

สินค้าการเกษตรก็ปล่อยราคาตกต่ำ ส่งขายไม่ออก มาตอนนี้ก็ให้น้ำท่วมซ้ำไป ราคาน้ำมันก็ปล่อยให้พุ่งจนจะแพงที่สุดในโลก จนข้าวของอุปโภคบริโภคแพงตามกันไปหมด

โครงการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นความอยู่รอดของชาติในอนาคตก็ยิ่งอัปยศหนัก ดูอย่างเขื่อนคอนกรีตกันคลื่น ซึ่งเพิ่มการกัดเซาะชายฝั่งให้เห็นตำตา ก็ยังคงได้รับการผ่านโครงการสร้างเพิ่มทุกปี ไม่เลิก ไม่เปลี่ยน ไม่ฟังเสียง

และแน่นอน คอร์รัปชันยังคงเบ่งบาน เบิกบาน อย่างถนนเสาไฟกินรีที่สร้างกันตามพื้นที่ทุรกันดารอันโด่งดัง ก็ยังทำต่อไปไม่หยุดหย่อน ที่เพิ่มเติมเปลี่ยนแปลกไปหน่อย คือหันมาตอกหน้าประชาชนทั้งประเทศกลับ ด้วยการผ่านการตรวจสอบ …ลอยนวล