ประเทศนี้เป็นของราษฎร

วันแห่งการเปลี่ยนแปลงปกครอง 2475 คณะราษฎร นำโดยอานนท์ นำภา, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน), ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์, ฟ้า พรหมศร และแนวร่วมกลุ่มอื่น ๆ เช่น ราษฎรมูเตลู, กลุ่มเดินทะลุฟ้า, กลุ่มนักเรียนเลว จัดกิจกรรม “ราษฎรยืนยันดันเพดาน” ช่วงเวลาย่ำรุ่งวันนี้ 24 มิถุนายน 2564 ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ด้วยการจุดเทียนรำลึกถึงเหตุการณ์ ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รายล้อมอยู่ในรอบ ๆ บริเวณกิจกรรม

ครูใหญ่-อรรถพล บัวพัฒน์ หนึ่งในแกนนำบอกว่า “วันนี้เรามีเป้าหมายคือ ทวงคืนวันชาติ หยุดผูกขาดรัฐธรรมนูญ โดยช่วงเช้าจะรำลึก 89 ปี การเปลี่ยนแปลงการปกครอง และช่วงบ่ายจะเรียกร้องรัฐธรรมนูญของประชาชน” ซึ่งแถลงการณ์ของคณะราษฎรที่แกนนำได้ร่วมกันอ่านนั้นระบุถึง การปกครองที่คณะราษฎรจะพึงกระทำและวางโครงการหลัก ๆ ดังนี้

1.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง ในทางศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
2.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
3.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
4.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎรเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้)
5.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
6.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

นอกจากการอ่านประกาศจากคณะราษฎร กลุ่มนักเรียนเลวยังจัดแสดงกิจกรรม performance art ปิดตา เผาตำราเรียน “หนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการบิดเบือนประวัติของคณะราษฎร ในเมื่ออำนาจเผด็จการครอบงำแม้กระทั่งหนังสือที่ให้เราเรียน เราจึงมองว่าหนังสือเรียนที่ไม่ดีจะมีทำไม เราจึงต้องเผาทิ้ง”

ในระหว่างการทำกิจกรรมเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาเจรจาอ้างถึงประกาศของ กทม. ซึ่งห้ามจัดกิจกรรมมีความเสี่ยงแพร่โรคจากการรวมตัวกันเกิน 50 คน

กิจกรรมในครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งแรกของคณะราษฎร หลังจากศาลให้ปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำหลายคนทั้งทนายอานนท์, เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, และ รุ้ง-ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หลังจากนี้เวลา 10.00 น. จะมีการตั้งขบวนบริเวณอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยเพื่อเดินไปอาคารรัฐสภาแยกเกียกกาย

3 ชม. 11 กิโลเมตร จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สู่รัฐสภา เกียกกาย
จุดมุ่งหมายเดียว “รัฐธรรมนูญต้องมาจากประชาชน”

สิ้นสุดการเดินขบวนที่ยาวนาน 3 ชั่วโมงกับระยะทาง 11 กิโลเมตร จากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยถึงอาคารรัฐสภา เกียกกาย เพื่อยื่นหนังสือ “ยื่นหนังสือเข้าสภา” เรียกร้องรัฐธรรมนูญที่ต้องมาจากประชาชน โดยการเดินขบวนครั้งนี้มีกลุ่มผู้เข้าร่วมหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่มวลชนคนเสื้อแดง แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กลุ่มราษฎร ทีมงานเดินทะลุฟ้า กลุ่มนักเรียนเลว และกลุ่มเครือข่ายจากนนทบุรี และกลุ่ม RE-SOLUTION ที่มาตั้งซุ้มรวบรวมรายชื่อ “รื้อระบบประยุทธ์แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”

ปูอัด ไชยามพวาน ตัวแทนกลุ่ม RE-SOLUTION บอกว่า “วันนี้คาดว่าจะได้รายชื่อทะลุ 50,000 รายชื่อ เป้าหมายคือการรื้อระบอบประยุทธ์ออกไป ตามหลักการคือ 1.เอา ส.ว. 250 ที่นั่งออกไป 2.ปฏิรูปองค์กรอิสระ 3.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ 4.ยกเลิกมาตรา 44 ที่แปลงเป็นมาตรา 279 “

“เราไม่สามารถต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวได้ เราต้องการพลัง และขอเพียงคนละชื่อจากทุกคน” ปูอัดกล่าวทิ้งท้าย

ก่อนการเดินขบวน ผู้ชุมนุมเผารัฐธรรมนูญปี 2560 จำลอง แสดงเจตจำนงไม่เอารัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ จากนั้น ผู้ชุมนุมออกเดินเท้ายังไม่ทันข้ามแยกผ่านฟ้า ก็พบตำรวจที่ตรึงกำลัง เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุม เดินผ่านเขตพระราชวัง กลุ่มผู้ชุมนุมจึงเลือกไปใช้เส้นทางถนนหลานหลวง ผ่านแยกสะพานขาว แยกยมราช และเลี้ยวเข้าสู่ถนนพระราม 6 ระหว่างทาง ไมค์ ภาณุพงศ์ จาดนอก ได้กล่าวระหว่างการเดินขบวนว่า

“ความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าผู้มีอำนาจไม่ขัดขวางเสรีภาพของประชาชน เรายังคงยึดมั่นในหลักสันติวิธี จึงไม่กังวลเรื่องความรุนแรง”

ด้านอาคารรัฐสภาเกียกกาย พ.ต.อ. กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า “การจัดทุกกิจกรรมวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกภาคส่วน ได้แจ้งเตือนไปแล้วว่า กทม. เป็นพื้นที่เฝ้าระวังโรคระบาด ไม่สามารถจัดกิจกรรมได้ เป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยจัดกิจกรรมช่วงเช้า จะรวบรวมพยานหลักฐาน และเตรียมเอาผิดกับแกนนำ แต่อย่างไรแล้วการบังคับใช้กฎหมาย เราคำนึงถึงหลักรัฐศาสตร์ โดยได้เจรจากับแกนนำ เพราะต้องไม่ลืมว่าพื้นที่รัฐสภาแห่งนี้ เป็นพื้นที่สุ่มเสี่ยงในการปะทะตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เราขอให้ทุกคนเชื่อฟังตำรวจ ทำตามข้อกำหนดที่เรากล่าวไว้”

และในเวลา 13.30 น. ผู้ชุมนุมได้เดินทางถึงรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้วเพื่อยื่นหนังสือต่อพรรคการเมือง ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และในช่วงเย็น ณ สกายวอล์ก ปทุมวัน ผู้ชุมนุมจะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองวันชาติ เนื่องในวันครบรอบ 89 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย 2475 การอภิวัฒน์สยามสู่ระบบประชาธิปไตย

ร้องเพลงชาติ-ฟังปราศรัย
และการยืนยันข้อเรียกร้อง “แก้รัฐธรรมนูญ”

ถือเป็นกิจกรรมสุดท้ายแล้วของกิจกรรมวันครบรอบ 89 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง “อภิวัฒน์สยาม” ที่กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น คณะราษฎร แนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ และอื่นๆ ได้ร่วมกันจัดขึ้น ซึ่งตั้งแต่เริ่มกิจกรรมที่สกายวอล์ก ปทุมวันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาแจ้งว่าการชุมนุมฝ่าฝืนข้อกฎหมาย แต่สุดท้ายกิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป
.
วันนี้มีนักเคลื่อนไหวฝั่งประชาธิปไตยปรากฎตัวหลายต่อหลายคน หนึ่งในนั้นคือ “เอกชัย หงส์กังวาน” เขาบอกว่า “วันนี้ถือเป็นการมาม็อบครั้งแรก หลังจากที่มีการปล่อยตัวแกนนำออกมาจากเรือนจำ การที่รัฐบาลพยายามอ้างเรื่องโรคระบาด เราก็พิสูจน์มาตั้งแต่ปีที่แล้วว่าไม่มีการติดโควิดจากม็อบแต่อย่างใด เรารู้สึกแปลก ๆ ตั้งแต่ปีที่แล้วเรื่องวัคซีนของรัฐบาลว่าทำไมคุณถึงดันทุรัง จะซื้อแต่ซิโนแวค โดยอ้างว่ายี่ห้ออื่นไม่ขายให้ มันทำให้เรารู้สึกว่าคุณกำลังเลี้ยงไข้รึเปล่า? เพื่อใช้เป็นข้ออ้างสกัดม็อบ”

“อย่าเอาชีวิตประชาชน เพื่อมาสนองความต้องการของคุณ คุณเห็นแก่ตัวเกินไป ช่วยชีวิตคนก่อน อย่าห่วงแต่เก้าอี้ของพวกคุณ”

ต่อมาเวลา 17.30 น. เริ่มมีการปราศัยโดย วรรณวลี ธรรมสัตยา หรือ “ตี้ พะเยา” และ ฟ้า-พรหมศร วีระธรรมจารี ตามด้วยแกนนำคนอื่น ๆ ตามลำดับ และเมื่อถึง 18.00 น. ผู้ชุมนุมร่วมกันร้องเพลงวันชาติ 24 มิถุนายน ซึ่งเป็นเพลงร่วมฉลองวันชาติหลังการปฏิวัติสยาม ในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดยผู้เข้าร่วมต่างชูสัญลักษณ์ 3 นิ้วขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง

ในส่วนกิจกรรมด้านล่างสกายวอล์ก กลุ่ม RE-SOLUTION ยังคงตั้งซุ้มล่ารายชื่อเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชุมนุมตลอดทั้งวัน ทางทีมงานคาดว่าวันนี้จำนวนรายชื่อทั้งหมด ตั้งแต่เก็บมา 70,000 รายชื่อ และยังคงประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่อไป เพื่อให้ได้ทะลุ 100,000 รายชื่อ ภายในสิ้นเดือนนี้ ซึ่งเย็นวันนี้มีนักการเมืองฝั่งประชาธิปไตย มาร่วมกิจกรรมช่วยประชาสัมพันธ์กิจกรรม ทั้ง ไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ, ช่อ-พรรณิการ์ วานิช, และ รศ.ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล

พริษฐ์กล่าวกับสื่อมวลชนว่า “เราพยายามรณรงค์ สำหรับคนที่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฎการณ์ตอนนี้ เรากำลังเห็นประตู 2 บาน บานที่ 1 กำลังถูกปิดลง จากการที่รัฐสภากำลังพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยไม่มีท่าที จะแก้มาตราใด ๆ ที่จะเป็นการสกัดกั้น การสืบทอดอำนาจ เช่น การยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี การตัดอำนาจ ส.ว.เลือกนายก ก็มีท่าทีว่าจะไม่ผ่าน แต่ตอนนี้ เราเห็นความร่วมมือของประชาชนอย่างน้อย 70,000 คน ที่พยายามจะเปิดประตูอีกบานหนึ่ง ที่ทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน กำลังสามารถเข้าสู่สภาได้”

ขณะที่อาจารย์ปิยบุตรเสริมประเด็นดังกล่าวว่า “กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ สรุปสั้น ๆ ได้ 2 ข้อว่า 1. มันคือการฉกฉวย แย่งชิง อำนาจรัฐธรรมนูญของประชาชนไปปู้ยี้ปู้ยำ เพื่อที่จะแก้เฉพาะเรื่องที่พวกเขาได้ประโยชน์ และ 2 มันคือกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญที่ประชาชนหวังอยากทำใหม่ทัังฉบับ แต่สุดท้ายกลับถูกลดทอน เป็นการแก้บางมาตรา และแก้เฉพาะเรื่องระบบเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่พวกเราต้องช่วยกันมารณรงค์ พวกเราฝันอยากมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากความต้องการของประชาชน”

ถึงตอนนี้เวลา 19.30 น. กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไป โดยมีการปราศัยหลักจากแกนนำผลัดกันขึ้นมาปราศัย รวมทั้งมีกิจกรรมอื่น ๆ โดยยังไม่มีท่าทีว่ากิจกรรมจะจบลงในเวลาใดในค่ำคืนนี้