The Passenger

โรสนี นูรฟารีดา



ท่านประกาศว่าเราคือเจ้าของบ้าน

แต่ขอสิทธิ์ให้ท่านได้คุ้มกันอารักขา
ท่านถือปืนเข้ามาขออยู่อาศัย
มีทางเลือกเดียวให้เราตัดสินใจ
คือ การพยักหน้า


ครั้นงูเงี้ยวเขี้ยวขอลอบฉกคอฉกแขน
ท่านกลับเพิกเฉยดูดายต่อความป่วยไข้
อ้างว่าหยูกยาเวชภัณฑ์ในกระเป๋าถูกขโมยไป
ไม่เหลืออุปกรณ์เพียงพอต่อการเยียวยาพยาบาล


เราได้แต่กัดฟันกลั้นใจ
หวังว่าร่างกายจะมีภูมิต้านทานเดิมหลงเหลือ
ปิดประตูบ้านแน่นหนา
ป้องกันสัตว์ร้ายภายนอก
ไม่ทันระวังสัตว์ร้ายใต้หลังคาเดียวกัน



ท่านขอทำหน้าที่ให้สมศักดิ์ศรี

ด้วยการสำรวจตรวจตราพื้นที่บ้านทุกตารางนิ้ว
และยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าขื่อแปทุกอันแข็งแกร่ง
มิมีทางล้มครืนลงมา
แต่วันดีคืนดีก็เหมือนฝันร้าย
ท่านออกแรงทำลายมันลงต่อหน้า



ท่านอ้างว่าจะสร้างใหม่
ให้มั่นคงแข็งแรงปลอดภัยกว่าเดิมสิบเท่า
เราตั้งตารอคอยมาเกือบสิบปี
ยังไม่เห็นวี่แววว่าจะสมหวัง
ขื่อแปอันแสนไฉไลของท่านมิเคยสร้างเสร็จ
แม้เพียงหนึ่งอัน



ท่านประสงค์ปรับภูมิทัศน์ไล่ความมืดให้แสงส่อง

จึงโค่นต้นไม้รอบบ้านทั้งหมดลงมา
ไม่หลงเหลือความร่มรื่นให้ชื่นใจ
ติดกันสาดก็กันแดดกันลมได้ ท่านว่า
ท่านตั้งคำถามว่าเราจะโวยวายทำไม
เมื่อถามกลับว่า “นี่คือบ้านของใคร ?”
ท่านไม่ตอบอะไร
แต่ให้ปืนพูดแทนว่า “ขอทำหน้าที่คุ้มกันอารักขา”



ในนามเจ้าของบ้านตามกฎหมาย

ใครจะอยู่จะย้าย
เราควรได้รู้จักหน้า



ในนามผู้คุ้มกัน

เป้าหมายของท่านคือคุ้มกัน หรือแค่เสแสร้งว่า ?
วันดีคืนดีท่านเมามาย
อำนาจจากกระบอกปืนทั้งหลายก็พุ่งทะลุฟ้า
ดุ่มเดินเข้าสาดกระสุนใส่คนในบ้าน
ทิ้งหน้ากากอัศวินไว้บนอานม้า
ไม่เหลือพื้นที่ให้ใครตั้งคำถาม
มีแต่หยดเลือดกระเซ็นตามหลังเสียงกระสุนเบื้อบ้า



ในนามผู้บาดเจ็บที่ถูกทำร้าย

ถ้าในบ้านไม่ปลอดภัย
ควรวางใจเจ้าที่เจ้าทางหรือไม่ – ใครจะกล้า ?
กลางเหตุจลาจลวุ่นวาย
เราตะโกนร้องขอชีวิตไว้จนเสียงแหบพร่า
เพื่อจะพบว่าไม่ใช่คนอื่นคนไกล
คนที่ควรจะปกป้องเรามากกว่าใคร
กลายเป็นคนที่ลงมือฆ่า



ไม่หลงเหลือหัวใจในฐานะมนุษย์

ท่านมีแต่หัวใจคุดคดของผีห่า
ละเลงเลือดเจ้าของบ้านลงในบ้าน
ท่านเสียบประจานตัวเองทุกหย่อมหญ้า


ปิดตำนานผู้กล้าผู้คุ้มกัน
ด้วยการตระบัดสัตย์พัลวัน พับผ่า!


ประดับประดาร้อยเรียงไว้บนชุด
ว่าท่านคือคนระยำที่สุดบนเหรียญตรา!!