ความสุขก็เหมือนกับแมว
หากคุณพยายามเรียกหามัน มันจะหลีกหนี
แต่ถ้าคุณเลิกสนใจแล้วกลับไปทำงานต่อ
ความสุขจะมาคลอเคลียคุณ
ก่อนจะกระโดดขึ้นมานอนบนตัก
-william J. Bennette-

ไม่ง่ายเท่าไรที่จะชวนคนไม่รักแมว ไม่ชอบแมวมาอ่าน แต่พอคนที่รักแมวหรือมีประสบการณ์ร่วมเรื่องแมว ๆ เช่นเรา ก็พุ่งเข้าไปหาทันทีที่เห็นปกหนังสือวางอยู่บนชั้น แถมยังจั่วเล็ก ๆ ด้วยว่าเป็น best seller of the cat planet มีแอบกวนตามสไตล์ของผู้เขียน (องอาจ ชัยชาญชีพ) ใช่ ๆ ๆ ๆ คนนั้นแหละคนที่เขียนเรื่องเจ้าหัวแตงโมนั่นแหละ แม้ความหนาของเล่มจะทำให้รู้สึกท้อในการอ่านเอาความบันเทิงไปบ้างแต่ก็ต้องลองดู 381 หน้า กับราคา 280 บาท ก็คุ้มค่าอยู่

หยิบมาครั้งแรกด้วยความสงสัยว่าไอ้ความน่าจะแมวมันคืออะไร จะถูกเล่าเป็นแบบไหน ทฤษฎีจัด ๆ หรือลักษณะนิสัยของแมว บลา บลา บลา คิดไปก่อนล่วงหน้าเพราะหนาเหลือเกิน

อย่างที่บอกเล่มนี้คือฉบับสมบูรณ์ ในส่วนของภาคแรกเป็นการเล่าเรื่องแมวมีการแบ่งสัดส่วนออกแบบการเล่าเรื่องได้น่ารักดีทีเดียว (มีการ์ตูน 4 ช่อง น่ารัก ๆ ในท้ายบทของทุกตอน ทำให้การอ่านค่อนข้างไหลลื่นไปได้ง่ายหน่อย เรื่องไม่ยาวมาก จบ 1 ตอน ต่อด้วยการ์ตูนที่เป็นมุขตลกนอกเหนือจากเรื่องเล่าในหนังสือ)

ความน่าจะแมวภาคแรกเป็นการเล่าจุดเริ่มต้นระหว่าง 2 คน กับ 2 แมว แพนด้าและแป๊วแว้ว แมวของผู้เขียน และภรรยา ที่ไม่ได้ใช้ตัวแสดงแทนมาเล่าแต่อย่างใด เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนี้คือเรื่องจริง ภาษาที่ใช้ก็ง่าย เป็นกันเองเหลือเกิน เหมือนเพื่อนมาเล่าเรื่องแมวให้ฟัง โดยตัวเราเองก็เลี้ยงแมวอยู่ 2 ตัวเช่นกัน ต่างที่มา เลยทำให้เทียบเคียงความรู้สึกเก่า ๆ ได้ค่อนข้างง่ายหน่อย

เอาจริง ๆ เราไม่เคยคิดถึงอะไรเยอะแยะตอนที่จะเลี้ยงแมวเลยว่าสเปคแมวจะต้องเป็นแบบไหน คิดแค่แมว 1 ตัว อายุเฉลี่ยเท่าไร เราจะต้องอยู่ด้วยกันไปมากที่สุดกี่ปี ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแลมีอะไรบ้าง ตอนรับซิมบ้ามาเลี้ยงก็เข้าข่ายความประทับใจแรก ที่ไปเห็นเพื่อนโพสต์หาบ้าน แล้วตาสบตา ถูกชะตาเฉยเลย วันถัดไปนัดดูตัว และคุยกันตามเงื่อนไขของผู้ที่จะให้เราอุปการะ เรียบร้อยเสร็จแมวจนได้

โดนแมวตก

ซิมบ้าเป็น American Shothair สีส้ม สีส้มจริง ๆ ไม่ใช่สีขาว และเป็น American Shorthair จริง ๆ แม้จะเหมือนพันธุ์ Side Road (แมวข้างทางนั้นแหละ) มากก็ตาม โชคดีเหลือเกินที่แมวตัวนี้เลี้ยงง่าย โตไว สุภาพ ไม่ก้าวร้าว พลังเยอะตามลักษณะเด่นของสายพันธุ์นี้เลย แทบจะไม่เคยป่วยหนัก ๆ เลยสักครั้ง มีก็แต่แพ้ฝุ่นตาบวม แพ้อาหารที่ราคาแพง ๆ อยู่ยี่ห้อหนึ่งจนขนปากร่วงก็เท่านั้น

ซิมโฟนีเป็น Side Road แท้ ๆ (แมวจรนั่นแหละ) แน่นอน
ดูจากสภาพแรกแล้วน่าจะผ่านศึกสงครามมาเยอะพอสมควร

บังเอิญซิมโฟนีหลงเข้าไปที่หนึ่ง แล้วจังหวะดีเจอคนรักสัตว์ใจดี จึงจัดแจงพาไปหาหมอเรียบร้อย ตั้งใจไว้แค่ว่าจะหาบ้านให้ แต่การจะเอาไปไว้ที่ศูนย์ช่วยหาบ้านให้แมว ก็ต้องรักษาให้หายก่อนเขาถึงจะรับ จึงจำเป็นต้องหาคนอุปการะชั่วคราวเพราะต้องป้อนยาทุกวันเช้าเย็น

ซิมโฟนีก็เข้าข่ายความประทับใจแรกเหมือนกัน ก็คือไม่มีเลย…แมวสีน้ำตาลที่เรียกไม่สนใจ นอน ถ่ายเรี่ยราด ขนแหว่ง เป็นแผลเหวอะหวะทั่วทั้งตัว ผอมซูบ หน้าตาค่อนไปทางขี้ริ้วมากก็ตาม ด้วยอะไรดลใจอีกไม่รู้ มาค่ะยินดีดูแลให้ชั่วคราวค่ะ ถ้าเข้ากับตัวที่บ้านได้ก็จะเลี้ยงต่อค่ะ

แต่ระหว่างขับรถกลับก็ได้ตั้งชื่อเรียบร้อย เท่านั้นแหละการแสดงความเป็นเจ้าของมาแล้ว

ขี้เหร่นักชื่อต้องอลังการ ‘ซิมโฟนี’

สิ่งที่ตัดสินใจให้เลี้ยงซิมโฟนีไว้เลยคือ ป้อนอาหารเปียกแล้วเธอก็กินแบบก้มหน้าก้มตากิน กิน กิน กินจนหมดชามอย่างรวดเร็ว และเงยหน้าขึ้นมามีน้ำตาไหล โอ้โห…เราน้ำตาไหลพรากตาม เธอไม่ต้องไปนอนข้างถนนอีกแล้วนะ เดี๋ยวจะปรนนิบัติหาอาหารมาให้เอง ที่ผ่านมาเจออะไรมาบ้างนะ ให้บ้านนี้เป็นที่สุดท้ายให้เธอได้อยู่สบายก็แล้วกัน

เหตุผลของการมีแมวอยู่ของแต่ละคนอาจจะเหมือนหรือต่างกันก็ได้
ผู้เขียนออกตัวไว้อย่างชัดเจนในหน้าแรกบทแรกเลยอยู่แล้วว่า
ผมไม่ใช่คนประเภทรักเด็ก ใจดี มีเมตตาต่อสรรพสัตว์
เขาสารภาพว่าจริง ๆ แล้วเขาหวาดกลัวความสัมพันธ์ที่ทำท่าจะลึกซึ้ง เขาไม่พร้อมที่จะสะเทือนใจในเรื่องที่จะเป็นผลสืบเนื่องจากความผูกพันใด ๆ โดยเฉพาะกับการเลี้ยงสัตว์
สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับ “แมว”
จะเรียกได้ว่าเป็นเดสทินีหรือชะตากรรมก็สุดแล้วแต่

ซอยที่ไม่เคยเข้าก็เข้า ทางที่ไม่เคยไปก็ไป แล้วสายตาของผู้เขียนและภรรยาก็ไปเจอกับเอเลี่ยนตัวจิ๋วในดงหนามข้างทาง ถูกท้าทายความรู้สึกด้วยภาพที่เห็นตรงหน้า แมวตัวจิ๋วท่ามกลางดงหนาม มอมแมม ผอมโกร๋ง ขนชี้ตั้ง สายตาหวาดกลัว เสียงแตกพร่า ท่าทางทรมานน่าดู หลังจากที่นั่งดูอยู่สักพัก จึงมองหน้ากันแล้วจึงบอกว่า

ไปกินข้าวกันเถอะ
ยกที่หนึ่งเอเลี่ยนแมวพ่ายแพ้

ยกที่สอง ผู้เขียนและภรรยาวนกลับไป และแมวยังอยู่ที่เดิม จึงพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกตัวเองอีกครั้งแม้จะฝืน ๆ ก็ตาม ฝืนพยายามพาแมวออกมา ฝืนฝ่าดงหนาม แล้วบุกไปคว้าเอเลี่ยนแมวตัวจิ๋วออกมา เป็นผลสำเร็จแบบทุลักทุเล บททดสอบต่อมาคือการอยู่ร่วมกันของ 1 แมว และ 2 คน

ยกที่สองแมวเอเลี่ยนชนะ
หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาหลายสัปดาห์ สัญชาตญาณความเป็นสัตว์ป่าของแมวก็ทำให้ 2 คนต้องเจอกับปัญหาจนแทบจะบอกลา ไม่เลี้ยงแล้วกันไปเลย

3-4 วันที่ใช้เวลาไตร่ตรองกันอีกว่าจะพยายามลองดูอีกที หากยังไม่ได้ก็ลองดูใหม่อีกครั้งสองครั้ง นึกถึงเวลาที่เรามีปัญหากับคนข้างกาย โทษกันไปมาก็เปล่าประโยชน์ ลำพังความรักเพียงอย่างเดียวคงไม่พอให้ความสัมพันธ์ใด ๆ รื่นรมย์ไปตลอดเวลา

หลังจากตัดสินใจได้ ผู้เขียนจึงใช้เวลาค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต…ไม่นานนักก็พอจะรู้สาเหตุของความก้าวร้าว จนนำมาสู่การแก้ปัญหา…

2 คน ต้องตัดสินใจครั้งใหญ่อีกครั้ง
รับแมวมาเลี้ยงอีก 1 ตัว เพื่อแก้ปัญหาด้วยเงื่อนไขเป็นลูกแมว เป็นตัวเมีย และเป็นแมวฟรี
บทสรุปไปจบที่งาน cat show และได้มาเป็นแมวดำลายขาวพาดท้องตัวเหม็น ๆ หนึ่งตัวกลับบ้าน

ส่วนตัวชอบเนื้อหาเมี้ยวที่สิบเจ็ด เพชรในตม
ตัวผู้เขียนเองก็รู้สึกเกี่ยวกับการด่วนตัดสินคน เขาเอามาปรับใช้กับแมวด้วยเหมือนกัน
ความประทับใจแรกมันอาจจะสำคัญในกรณีที่เราต้องการจะทำให้คนที่เราจะพบเจอเป็นครั้งแรกรู้สึกดี เราอาจจะพบยอดคนเก่งในเปลือกของคนเซ่อซ่า บางสถานการณ์เราอาจจะไปพบเจอคนที่น่ารักที่สุดในโลกในช่วงเวลาแห่งหมาบ้าที่เกิดขึ้นเพียงชาติละหนของเธอ

แป๊วแว้วสอนผู้เขียนอย่างนั้น

แมวตัวเมีย เหม็นโฉ่ ขี้มูกย้อย ขี้ตากรัง หน้าหลิม ขนดำปิ๊ดปี๋ ปากขาว จมูกด่าง ขนหน้าอกสีขาวยาวตลอดถึงหน้าท้อง กำลังส่งแววตาดุร้ายของมันใส่ผู้อาศัยอยู่ก่อนหน้า

ไม่ต่างจากเราเอง ซิมโฟนีในคราบแมวพันธุ์ Side Road สีน้ำตาลตัวด่างเต็มไปด้วยแผล ฟันไม่มี หางกุด นมมีแค่ 5 เต้า ร้องเสียงแปลก ๆ เขย่าแล้วมีลูกคอ อยากจะบรรยายเสียงเป็นตัวหนังสือเหลือเกินแต่ทำไม่ได้ ซิมโฟนีเป็นแมวขี้ตกใจและจะดีดแรงมาก เราเองได้มาหลายบาดแผล ใหญ่ ๆ ทั้งนั้น มันทำให้ย้อนกลับไปคิดว่าเธอไปเจออะไรข้างทางมาบ้าง อยู่กันมาเพียงข้ามคืนเธอก็นอนหงายท้องให้ดูแล้ว เชื่อเถอะคนทั่วไปไม่ต้องเป็นคนเลี้ยงแมว แค่เห็นแมวหงายท้องก็กรี๊ดในความสบายใจของเธอแล้ว เป็นแมว Side Road ที่กวักมือเรียกก็มาหา ร้องเรียกให้อุ้มตลอดเวลาที่มาถึงห้อง คอยมองหาที่หน้าต่างว่าเรากลับมาหรือยัง และเมื่อเข้าห้องมาจากหน้าต่างเธอก็พุ่งตัวมารับที่หน้าประตูทันที นี่แมวหรือหมา ไม่เสียแรงที่รับอุ้มชู

ความน่าจะแมว (ฉบับสมบูรณ์) ในส่วนของภาคแรกจะเป็นการเล่าย้อนไปถึงความรู้สึกแรกของผู้เขียนคิดอย่างไรกับการต้องเอาแมวมาเลี้ยง เหตุผลของการมีแมวงอก เล่าสถานการณ์ต่าง ๆ อธิบายโดยละเอียด อ่านเพลิน ๆ ที่ 210 หน้า จบที่ภาคแรกด้วยบทสรุปสั้น ๆ คือ เหตุผลของการมีแมวอยู่

ส่วนครึ่งเล่มหลังที่ผ่านไปเกือบ 2 ปี ที่ผู้เขียนเคยคิดว่าแมวจะมาเป็นส่วนเกินแต่กลับกลายเป็นส่วนเติมเต็มทำให้แมวทั้งสองกลายเป็นสมาชิกในครอบครัวโดยสมบูรณ์ จะเป็นการอัพเดตแพนด้าและแป๊วแว้ว หลังจากที่อยู่กันมากว่า 2 ปี ต่างต้องปรับตัวกันเพราะการอยู่ร่วมกันระหว่างสองสายพันธุ์คือมนุษย์กับแมวไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไร ทั้งการสื่อสารที่อาจจะคลาดเคลื่อนได้โดยง่ายอยู่แล้ว ภาษากายที่เราก็อาจจะไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจริง ๆ เขารู้สึกอย่างไรกันแน่ และสิ่งที่หนีไม่พ้นแน่ ๆ คือสังขารที่ร่วงโรยไปตามวัย

มีความเข้าใจผิดอยู่อย่างหนึ่งในการคำนวณอายุแมวเทียบกับคน คือ โดยมากใช้  1 ต่อ 7 (แมว 1 ปีเท่ากับมนุษย์  7 ปี) แต่จริง ๆ แล้วรอบอายุของแมวจะเร็วมากในช่วงต้น ถ้าแมวอายุ 1 ปีจะเทียบกับมนุษย์ 15 ปี

พอแมวอายุ 2 ปี จะเท่ามนุษย์ประมาณ 24 ปี หลังจากนั้นจะเริ่มชะลอตัวเป็น 1 ต่อ 4 คือ 1 ปีแมวเท่ากับ 4 ปีมนุษย์

อ่านมาใกล้จะจบจึงค่อย ๆ เข้าใจการบอกเล่าอย่างละเอียดของจุดเริ่มต้นของ 2 คน 2 แมว ที่รวมกันเป็นครอบครัวที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันตลอดกว่า 10 ปี เราชอบความเป็นฉบับสมบูรณ์ที่มาเติมในช่วงท้าย เป็นตัวขมวดความดราม่า เต็มไปด้วยความรู้สึกของความรัก เพื่อบอกเล่าช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตของ 2 แมวที่ต้องเดินทางจากไปก่อนด้วยความตาย

ความเรียงของ ความน่าจะแมว (ฉบับสมบูรณ์) นี้ ได้ทำหน้าที่เป็นหนังสือบันทึกความทรงจำ แม้ความตายจะพราก 2 คน กับ 2 แมวจากกันไป สมาชิกในครอบครัวของเขาหนีไม่พ้นกฎของธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดติดค้าง เพราะพวกเขาได้ดูแลสมาชิกในครอบครัวอย่างเต็มที่ที่สุดแล้ว แต่ความโหวงภายในจิตใจนั้นมันกว้างใหญ่จนเราไม่อาจรับรู้ได้ ความสุข ความเศร้า ความรู้สึกอีกเป็นหมื่นแสนที่ผู้เขียนจะต้องเจอเมื่อกลับมาบ้านเจอความว่างเปล่า สิ่งเดิม ๆ ที่เคยคุ้นมันเป็นอย่างไร ในหน้าสุดท้ายของหนังสือบรรยายความรู้สึกได้ชัดที่สุดเลยทีเดียว

ไม่มีอะไรติดค้างคาใจ แต่ก็ไม่ได้ว่างเปล่าราวไม่เคยมีสิ่งใด

หนังสือเล่มนี้คือหนังสือบันทึกของ 2 คน 2 แมว
ความทรงจำดี ๆ
ที่เราเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

PlayRead: คอลัมน์รีวิวหนังสือประจำ Decode.plus เมื่อกองบรรณาธิการขอ add หนังสือ (ที่อยากอ่าน) ขึ้นไว้บนเพลย์ลิสต์ พบกับหนังสือหลากหลายสไตล์ หลากหลายวิธีการเล่าเรื่องที่เชื่อมร้อยกับชีวิตและสังคม แวะมาหาอ่านกันได้ทุกเย็นวันพฤหัสบดี