เชื่อไหมว่า แมวจะเป็นฆาตกรได้
เชื่อไหมว่า แมวสามารถสะกดจิตคนได้
เชื่อไหม…เชื่อไหมว่า แมวจะเป็นเครื่องมือสังหารได้
“แมวเหมือนนายพลบ้าอำนาจ คิดจะครองโลก”
ท่อนหนึ่งในหนังสือที่ผู้เขียนว่าไว้…คนอ่านอย่างเรา พยักหน้าเห็นด้วยคล้อยตาม

ฆาตกรหน้าใส

หน้าปกชวนหยิบด้วยสีส้มแดงสดใส แมว 2 ตัวบนปกหน้า อีก 2 ตัว บนปกหลัง และข้าวของระเกะระกะที่ดูแล้ว น่าจะเกิดจากการกระทำของพวกแมว 4 ตัวนี้นี่แหละ แก้วกาแฟหก แจกันเอียง สิ่งของอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนจานแตก หรือกระดาษที่ยับเยิน ทั้งหมดถูกจัดวางได้ลงตัว สอดรับกับจินตนาการของผู้อ่านที่มีความรู้สึกร่วมกับแมวได้เป็นอย่างดี เป็นภาพกราฟิกที่ให้ความรู้สึกเหมือนเห็นการกระทำของแมวตัวเป็น ๆ วิ่งวนอยู่ในหัวแล้ว

คนในวงการทาสแมวก็คงบอกว่า…โดนเจ้าสามสีอ้วนกลมตกเข้าให้แล้วล่ะ

ว่าด้วยเรื่องของแมวสามสี

สามสี คือลักษณะสีที่ปรากฏบนตัว ไม่ใช่พันธุ์แต่อย่างใด

สามสี พบได้ในแมวทุกพันธุ์
สามสี ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นสีส้ม สีดำ และ สีขาว บนตัวเดียวกัน แต่ในความเป็นจริง แมวจะมีหลากหลายสี เช่น ช็อกโกแลต, น้ำเงินเข้ม, เทา และครีม สีเหล่านี้เกิดจากการผสมกันของสีหลักทั้งสาม

สามสี ถือเป็นแมวมงคล แมวนำโชค โดยเฉพาะญี่ปุ่น ลักษณะที่โดดเด่น และพบยาก จึงทำให้แมวสามสีเป็นแมวที่น่าค้นหา น่าสนใจมาตั้งแต่โบราณ

สามสี 99% เป็นเพศเมีย ส่วนโอกาสที่จะเจอแมวสามสีตัวผู้ คือ 1 ใน 3,000 ของแมวสามสีเท่านั้น
เพราะสีดำ และสีส้มของแมวจะอยู่บนโครโมโซม X1 สี ต่อ 1 โครโมโซม
แมวตัวเมียมีโครโมโซม XX จึงสามารถมีสีดำและส้มบนตัวเดียวกันได้
แมวตัวผู้จะมี โครโมโซมเป็น XY จึงสามารถมีสีดำ หรือสีส้มได้ เพียงสีใดสีหนึ่งเท่านั้น

แต่ถ้าแมวตัวผู้มีสามสีแสดงว่า แมวตัวนั้นมีโครโมโซมเป็น XXY ทำให้แมวเป็นหมัน และมีโรคทางพันธุกรรมต่าง ๆ ตามมาอีกด้วย

สามสี มีนิสัยพิเศษคือ ซุกชน รักอิสระ และ ชอบส่งเสียงร้อง สอดคล้องกับปกหน้าปกหลังได้เป็นอย่างดี ในปกหลังนั้นมีมีดเล่มเล็กที่อาจจะสื่อไปในแนวทางการสังหารของแมวได้เช่นกัน ถือเป็นการตีความชื่อเรื่องออกมาเป็นภาพปกได้ดี และดึงดูดทีเดียว และนี่คือจุดเริ่มต้นกระบวนการสังหารขั้นแรก

โดนเชือดอย่างเลือดเย็น

เราเลี้ยงแมว 2 ตัว ด้วยความรู้สึกที่เหมือนโดนแมวสังหารเข้าให้แล้ว ตัวแรกแมวพันธุ์ อเมริกันช็อตแฮร์ ที่ลายไม่ชัดเหมือนพี่น้องตัวอื่น ๆ ถูกประกาศหาบ้านเลี้ยง เป็นไปตามคาด พฤติกรรมและลักษณะนิสัยของซิมบ้า แมวเพศผู้ตัวนี้ก็ได้สังหารจิตอันแข็งแกร่งของเราอย่างไม่ปรานี เรารับมาเลี้ยง…

อีกหนึ่งตัวคือแมวจร แมวไทยที่หลงมาติดหลังคา ทำให้คนที่เห็นก็โดนสังหารด้วยความน่าสงสาร ทนไม่ได้เลยต้องพาไปพบสัตวแพทย์ และพบว่าแมวสีน้ำตาลเพศเมียผอมโซตัวนี้ แพ้น้ำลายเห็บหมัด ทำให้แผลเต็มตัวจะหาบ้านให้ก็ต้องรักษาให้หายเสียก่อน ซิมโฟนี่ ชื่อยิ่งใหญ่อลังการตรงข้ามกับความจริงตรงหน้า เมื่อตั้งชื่อแล้วคือ การแสดงความเป็นเจ้าของโดยเจตนา ซิมโฟนี่เป็นแมวไทยขี้อ้อน ลักษณะภายนอกเธอก็ไม่ได้ชวนหลงอะไรมากมาย ฟันหลอ ขนแหว่งจากแพ้น้ำลายเห็บหมัด หางกุด ครั้งแรกเมื่อให้อาหารเปียกเธอกิน ก็กินราวกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ และส่งสายตาสังหารมาเมื่อกินเสร็จ ซิมโฟนี่น้ำตาไหล แมวร้องไห้ได้จริง ๆ นะ แม้จะมีความหยิ่งทะนงองอาจอยู่มากก็เถอะ ความไม่พอดีสมบูรณ์แบบเลยสักอย่างกลับทำให้อยากเห็นการพัฒนาการของเธอเสียด้วยซ้ำ เราโดนสังหาร กลายเป็นฆาตกรรมต่อเนื่อง เอาล่ะนี่คงไม่แปลกอะไรที่เราจะเลือกหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านเพียงเพราะว่ามีประสบการณ์ร่วม

หนังสือรวม 4 เรื่องสั้นของนฤพนธ์ สุดสวาท จากสำนักพิมพ์แมวฮกเกี้ยน

ทั้งผู้เขียน ทั้งสำนักพิมพ์ คงมิวายพ้นไปกับเรื่องแมว ๆ เป็นแน่ ในท้ายเล่มของประวัติของเจ้าตัวนั้นก็บอกไว้ชัดเจนว่า “มีชีวิตเพื่อรับใช้แมว”

4 เรื่องสั้นในเล่มเล็กกะทัดรัดขนาดเหมาะพกพอดีมือ ตัวหนังสือในหน้ากระดาษ 100 กว่าหน้าเท่านั้น แต่เต็มแน่นไปด้วยเนื้อหาที่ชวนจินตนาการถึงวันที่ “แมวกลายเป็นเครื่องมือสังหาร”

อาวุธลับความสัมพันธ์

AI พัฒนาไปข้างหน้าอย่างไม่หยุด ญี่ปุ่นมีโครงการด้านหุ่นยนต์ยาวนาน พวกเขาหวังว่า ในวันที่สังคมผู้สูงอายุมาถึงเพดานพวกมันจะอำนวยความสะดวกด้านแรงงาน แต่ปัญญาประดิษฐ์รับใช้มากกว่านั้น กองทัพให้เหตุผลสวยหรูว่าใครจะยอมตายในสนามรบ ไม่มีใครยอมหรอก

ปูพื้นเนื้อเรื่องด้วยใจความสำคัญที่ทำให้เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีได้ดี เริ่มต้นจนจบเรื่อง ไม่มีตัวละครใดหายไป หรือกลับมาอย่างไม่มีเหตุผล เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก ความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในเรื่องสั้นอาจซับซ้อนมากกว่าตัวหนังสือที่บรรยายออกมาก็ได้หากได้อ่านอาจจะรู้สึกว่า นี่เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งกันแน่ ผู้เขียนหยิบจับสถานการณ์ปัจจุบันมาเทียบเคียงได้ดีทีเดียว หนึ่งเรื่องหลากอารมณ์

ใน 4 เรื่องสั้น วันที่แมวสังหาร, แมวแสนเศร้าของศตวรรษ, มิสซิสแคทกับแมวทั้งเจ็ด, จะออกไปกอดแมว ขอเล่าถึงเรื่องแรก วันที่แมวสังหาร มันอาจจะตรงกับประสบการณ์ร่วมในบางส่วน และมีมุมโรแมนติกให้เผลอยิ้มมุมปากที่เรายึดโยงใจความสำคัญเอง เป็นเรื่องความสัมพันธ์ และความเป็นมนุษย์ เรื่องสั้นนี้มีความโรแมนติกซ่อนอยู่เยอะนะ

เวียงแพ้ขนแมว ดอนไม่รู้หรอก เขากับเวียงไม่ได้สนิทกัน ประโยคเปิดเรื่องที่ชักชวนผู้อ่านด้วยการเหมือนจูงมือมาฟังเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวในบริษัทที่ผลิต AI ให้กับกองทัพ ที่มีความสัมพันธ์เชิงซ้อน ในซ้อน ในซ้อนอีกที

ใจความหนึ่งที่ทำให้เราคิดตามได้อีกตอนก็คือ ดอน ตัวละครหนึ่งจากเรื่องสั้นนี้กำลังหาแมวมาเลี้ยง และลงเอยที่ทวิตเตอร์ ทำให้เราย้อนมาคิดว่า เราสามารถคุยกับใครอย่างสบายใจโดยที่ไม่เห็นหน้า ไม่รู้จักกันได้ขนาดไหน โลกออนไลน์สามารถเป็นได้มากกว่านั้น คุณสามารถหาสิ่งที่คุณสนใจได้ทุกอย่าง สามารถเริ่มต้นได้เพียงปลายนิ้วขยับ รวมไปถึงการหาแมว เลี้ยงแมว ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสัตว์เริ่มต้นได้จากโลกออนไลน์ แล้วทำไมความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์จะเริ่มจากที่นี่ไม่ได้

ดอนที่หาแมวจากทวิตเตอร์ได้พบกับที่หญิงสาวที่ปรึกษาในโลกเสมือน คุยเรื่องแมวกันมาแรมปี แต่แล้วก็มาพบความจริงว่า คือหญิงสาวที่ทำงานอยู่ด้วยกันทุกวัน แท้จริงแล้วเธออาจจะตามเขาอยู่ตลอดเวลา หรืออาจจะเป็นความบังเอิญโดยตั้งใจ หรือจริง ๆ แล้วไม่มีที่ไหนที่เป็นที่ที่ปลอดภัยเลย หากคนที่ติดตามเฝ้ามองคุณเป็นคนดี คุณก็อาจจะอมยิ้มกับการกระทำที่ดูน่ารัก แต่หากเป็นทางตรงกันข้าม คุณอาจจะไม่สามารถคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับคุณได้เลย

ในเรื่องนี้มีคนตาย (ไม่อยากสปอยเยอะ อยากให้ไปลองหามาอ่านกัน)

“คนที่พูดว่าไม่เป็นไร มักร้องไห้ในใจ”

ประโยคนี้เป็นประโยคที่ดอนพูดกับบุษบาในตอนที่เวียนชวนเธอไปดูหนัง บุษบาปฏิเสธ แต่เวียนตอบว่า ไม่เป็นไร และดอนได้รับคำเดียวกันนี้กลับมาเมื่อตอนที่แมวของเขาหายไป ส่วนตัวชอบเนื้อหาช่วงนี้เป็นพิเศษ การที่เราได้รับคำปลอบใจหรือคำพูดใด ๆ ของเรากลับมาในวันที่เราอาจจะลืมตัวเองไป ก็เป็นสิ่งที่เยียวยาจิตใจได้ดีเชียว ทั้งยังอาจจะทวีคูณเพิ่มไปอีก เพราะนั่นหมายความว่า เราถูกจดจำด้วยอีกคนไว้ด้วยเช่นกัน

ส่วนตัวชอบอ่านหนังสือประเภทตลกร้าย หรือมีความร้ายกาจแฝงอยู่ในตัวละครนั้น ๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้จึงมัดใจเราได้เป็นอย่างดี การพัฒนาความสัมพันธ์ตัดสลับกับการพัฒนาหุ่นยนต์ แม้หุ่นยนต์จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็พ่ายแพ้ให้กับการเดินเข้ามาถูขาของแมว จะไม่ขอเล่าตอนจบหรือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง แต่หากมีโอกาสอยากให้ลองอ่านดูอาจจะเผลอยิ้มมุมปากตามไปด้วย

ตัวอย่างเรื่องแรกที่เคยตีพิมพ์ลงมติชนสุดสัปดาห์มาแล้วเมื่อ 20-26/27 มี.ค.-2 เม.ย.2563
ปรับปรุงใหม่ แมวสังหาร สิงหาคม 2563

PlayRead: คอลัมน์รีวิวหนังสือประจำ Decode.plus เมื่อกองบรรณาธิการขอ add หนังสือ (ที่อยากอ่าน) ขึ้นไว้บนเพลย์ลิสต์ พบกับหนังสือหลากหลายสไตล์ หลากหลายวิธีการเล่าเรื่องที่เชื่อมร้อยกับชีวิตและสังคม แวะมาหาอ่านกันได้ทุกเย็นวันพฤหัสบดี

อ้างอิง
https://www.matchicat.com/article/6/มารู้จักแมว-3-สี-กันเถอะ